สามีนอกใจ

ทำไมสามีชอบนอกใจภรรยา หรือเพราะอะไรผู้ชายถึงมักไปมีอะไรนอกบ้าน…

ผมไม่มีคำตอบเดียวกันสำหรับทุกกรณีแม้ปัญหารูปแบบเดียวกัน แต่ลองดูตัวอย่างต่างๆที่ผมเจอ…

หนุ่ม รายหนึ่งมารับการตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกด้วยปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทาง เพศ …อาการแข็งตัวไม่เต็มที่ขององคชาตไม่ได้เกิดขึ้นทุกเวลา แต่เป็นเฉพาะกับคู่นอนบางคน

โดยทั่วไป ถ้าเป็นกรณีมีอาการตอนอายุมากและเป็นทุกสถานการณ์ อย่างนี้สงสัยว่ามีสาเหตุจากโรคทางกายแต่ถ้าเป็นเมื่ออายุยังน้อยและเป็น เฉพาะบางสถานการณ์ อย่างนี้รู้เลยครับว่าเป็นจากจิตใจ…ตัวอย่างคลาสสิกที่หยิบยกขึ้นมาบ่อยๆ คือ นกเขาไม่ขันเกิดเฉพาะกับภรรยา แต่พอเจอสาวเอ๊าะๆปรากฏว่า สู้ยิบตา

แต่ สำหรับผู้ป่วยของผมรายนี้แกมาแปลก…เซ็กซ์กับภรรยากลับปกติ แต่กับสาวรายใหม่กลับไม่สู้อย่างที่ใจหวัง…สืบค้นไปมาพบว่าลึกๆแกรู้สึก ผิดต่อผู้เป็นภรรยา รู้สึกว่าตัวเองไม่ซื่อสัตย์ต่อชีวิตคู่

แต่ สาเหตุที่ต้องไปมีสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงอื่นเกิดขึ้นเพราะภรรยาไม่ต้องการมี กิจกรรมทางเพศต่อไปอีกแล้ว และเธอเองก็รับรู้และยินยอมให้สามีระบายความต้องการทางเพศกับหญิงอื่นยังไง ก็ตามสามีก็ยังรู้สึกผิดลึกๆอยู่ในใจ…ความอึดอัด คับข้องใจ มีผลทำให้เกิดอาการไม่สู้ยามประชิดต่อหน้าข้าศึกในยามรบ


สามี หลายราย เมื่อไม่ได้รับการตอบสนองภายในบ้านหรือได้รับน้อยกว่าที่ควรได้รับ จะเกิดอาการ อดอยากปากแห้งจนต้องไปพึ่ง ‘หน่วยบรรเทาทุกข์’ นอกบ้าน…อาจเป็นลูกน้องในที่ทำงาน เพื่อนหญิงวัยเหงา หรือแม้แต่สาวๆกลุ่มหารายได้ในแนวนอน…กรณีอย่างนี้สรุปว่า สามีนอกใจเพราะทนหิวไม่ไหว

อ้าว!…แล้วทีฝ่ายผู้หญิงเอง หลายต่อหลายรายก็ไม่ได้รับความสุขทางเพศจากสามี หิวบ้าง กินไม่อิ่มบ้าง ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นต้องไปหาของกินนอกบ้านเลย ทำไมผู้ชายต้องอ้างเหตุผลให้ตัวเองเรื่อง “ทนหิวไม่ไหว”

เรื่องนี้ นักเพศศาสตร์วิเคราะห์และให้คำอธิบายว่า ในขณะที่สัตว์เพศเมียมีสัญชาตญาณของความรักลูก แต่สัญชาตญาณของสัตว์เพศผู้คือการสืบพันธุ์ สังเกตว่าสัตว์ตัวผู้หลายชนิดจะมี ‘ฮาเร็ม’ ส่วนตัว แวดล้อมไปด้วยตัวเมียเดินขวักไขว่ล้อมหน้าล้อมหลัง สามารถมีกิจกรรมเพื่อการสืบพันธุ์ไปได้เรื่อยๆไม่เลือกหน้า

ถือว่า ตัวเองไม่ใช่ทรัพย์สินทางปัญญาของใคร แต่ทำตัวเหมือนดาราเป็นบุคคลสาธารณะ เพราะฉะนั้นมนุษย์เพศผู้ก็ยังมีสัญชาตญาณนี้ซ่อนเร้นอยู่ลึกๆ…ส่วนจะ แสดงออกมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ค่านิยมของสังคมและโอกาสเหมาะๆ รวมทั้งมโนธรรมส่วนตัว เช่น ความซื่อสัตย์ต่อภรรยา ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจตัวเอง…

และความแตกต่างระหว่างคนและ สัตว์ก็อยู่ที่ตรงนี้ หากพฤติกรรมทั้งหมดของมนุษย์เป็นไปตามสัญชาตญาณดั้งเดิม คนๆนั้นก็ไม่ต่างจากสัตว์ระดับล่างๆ
หลัง การ รักษาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม อาการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นซอกรักแร้…ผู้ป่วยรายงานว่าตอนนี้ ‘การประชุมสุดยอด’ กับสาวอื่นกลับได้ผลดียิ่ง จนฝ่ายหญิงเองก็แปลกใจ แต่กลับมีอาการ ฝ่อตัวกับภรรยา เพราะตอนนี้ภรรยาไม่ต้องการเซ็กซ์อย่างสิ้นเชิง ยามใดที่มีเพศสัมพันธ์กับเธอ กลายเป็นความรู้สึกว่าตนเองกำลังบังคับฝืนใจผู้เป็นภรรยาสุดที่รัก… ‘การเจรจาสันติภาพ’ จึงล้มเหลวเสียทุกครั้ง

กรณีอย่างนี้มีไม่น้อย เลยครับ ที่ฝ่ายหญิงมีภาวะบกพร่องทางเพศ (Sexual Dysfunction) เช่นมีอารมณ์ความต้องการทางเพศลดลงกว่าปกติ (Hypoactive Sexual Desire Disorder) หรือเป็นโรครังเกียจการร่วมเพศ (Sexual Aversion Disorder) หรือช่องคลอดเกร็งตัวจนไม่สามารถร่วมเพศได้เลย (Vaginismus) ซึ่งภาวะต่างๆเหล่านี้ สามารถรับการบำบัดจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยา แต่หลายคนปฏิเสธการรักษาแล้วยอมให้คู่สมรสไปหาทางออกนอกบ้าน…
ใครได้ดูหนังไทยเรื่อง จัน ดารา ก็จะเห็นพฤติกรรมของคุณหลวงที่ไม่มีความยับยั้งชั่งใจในเรื่องทางเพศ สำส่อนไปทั่วบ้าน ไม่จำกัดทั้งบุคคล เวลา และสถานที่ ความเสียหายที่ตามมาไม่ได้เกิดเฉพาะกับตัวเองเท่านั้น แต่ยังกระทบไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน…ถ้าดูหนังเรื่องนี้อย่างมีสติและใช้ ปัญญา จะเข้าถึงแก่นของภาพยนตร์ที่ชี้ให้เห็นเรื่องเวรและกรรมโดยแท้

หลายครั้งที่ผมเปรียบ เพศสัมพันธ์เหมือนการกินอาหาร เพราะก่อให้เกิดรสชาติเช่นเดียวกัน…เพียงแต่อาหารเป็นรสชาติทางลิ้น ส่วนเพศรสเป็นสุขสัมผัสทางผิวหนัง

เรื่องอาหาร ยังต้องมีการปรุงแต่งรสชาติให้น่าดูน่ากิน แม่ครัวฝีมือดี ลูกค้าติดใจ แต่นอกจาก ปรุงแล้ว ยังต้องมีการ ปรับเปลี่ยนหมุนเวียนชนิดให้หลากรสในหลายมื้อ ถึงจะอร่อย แต่กินอย่างเดียวซ้ำเดิมตลอดทุกมื้อทุกวัน ปลายทางคือความเลี่ยนเอียน ดัง นั้น…ถ้าผู้ชายตระหนักรู้ตัวเองว่ามีสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ซุกตัวอยู่ใน จิตไร้สำนึก ก็ต้องคอยควบคุม ฝึกข่มใจ เดี๋ยวนี้พอเวลาผมเจอสาวๆขาวสวยหมวยอึ๋ม ก็ต้องถอยห่างเหมือนกัน…เพราะอยู่ใกล้ๆแล้วสังเกตตัวเองว่าความคิดไม่ค่อย สะอาดสะอ้าน…

สามีหลายรายไม่อดไม่หิวเรื่องบนเตียงกับคู่ชีวิต แต่ก็ยังมิวายหาโอกาสมีกิจกรรมเข้าจังหวะกับสาวอื่นผู้มิได้เป็นภรรยาตน หรืออย่างน้อยก็ไม่อยากเสียโอกาสเมื่อมีโอกาส

อย่า ปล่อยให้เซ็กซ์เหมือนอ่านนิทานเล่มเดียวชั่วชีวิต ขึ้นต้นเล่าเรื่องก็รู้ฉากต่อไป เลยไปจนถึงตอนจบของเรื่อง เหมือนเปิดเทปเดิมซ้ำๆๆๆๆ แต่ง งานสิบปี ต้องทนฟังนิทานเรื่องเก่าเกือบพันเที่ยว…ทางแก้คือเนื้อเรื่องเดียว ต้องมีหลายเวอร์ชั่น มันต้องพลิกผันตามสถานการณ์ เพิ่มลูกเล่นในการเล่าเรื่อง เปลี่ยนฉาก สลับตอนชวนให้ติดตาม แถมหักมุมตอนท้ายเรื่อง

ครั้งหนึ่ง ในการทำหน้าที่วิทยากรบรรยายปัญหาเรื่องเพศในคู่สมรส ผู้ฟังชายรายหนึ่งให้ความเห็นจากประสบการณ์ส่วนตัว พูดด้วยสำนวนโดนใจ…หลายคนฟังแล้ว พุทธิปัญญาปรากฏตัวขึ้นอย่างพวยพุ่ง…


เพศ ศึกษาสำหรับคู่สมรส มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามีและภรรยาสร้างความสุขทางเพศในคู่ของตน โดยไม่ต้องไปแสวงหาความสุขนอกบ้าน พูดง่ายๆคือ ทำให้อิ่มและอร่อยในบ้าน เพียงพอต่อสิ่งที่ธรรมชาติกำหนดให้เป็นครรลองปฏิบัติของมนุษย์

หน้าที่ ของมนุษย์คือการปฏิบัติให้เกิดความถูกต้อง รู้จักความเพียงพอ ไม่เสพเกินความพอดี เหมือนกินอาหาร ต้องมีมารยาท ไม่กินมูมมาม ไม่กินมากจนจุกแน่นหรืออ้วนเกิน

ถ้าเซ็กซ์ในบ้าน ได้รับทั้งความอิ่มและเอร็ดอร่อย แล้วสามียังต้องการเพิ่มเติมจากนอกบ้าน ก็มักเป็นเรื่องของความไม่รู้จักคำว่าพอดี…เรียกว่าตะกละตะกราม …ซึ่งมีเหตุมาจากสัญชาตญาณที่ควบคุมไม่เป็น