เลี้ยงลูกให้สมองดี

กระตุ้นพัฒนาการสมองลูกน้อยเมื่อไรดี เซลล์ สมองเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่แรกเริ่มตั้งครรภ์ ตั้งแต่ลูกน้อยมีอายุประมาณ 8 สัปดาห์ จะสร้างและเพิ่มทั้งจำนวนและขนาด เกิดเป็นเนื้อสมองและเส้นใยประสาทที่เชื่อมโยงกับสมองและเชื่อมโยงกันเอง เกิดเป็นข่ายใยเส้นประสาทอย่างมากและรวดเร็วเรื่อยไปจนกระทั้งคลอดออกมา และในช่วงวัยขวบปีแรกนั้นก็เป็นช่วงทองที่ควรจะกระตุ้นพัฒนาลูกน้อยค่ะ
กระตุ้นพัฒนาการสมองทำได้อย่างไร
1. เลี้ยงดูด้วยความรักความอบอุ่น  สิ่ง กระตุ้นพัฒนาการสมองที่ดีที่สุดของลูกตั้งแต่วัยแรกเกิด คือ ประสบการณ์ความรักจากพ่อและแม่ ทั้งการมองหน้าสบสายตา เห่กล่อมโอบกอดรัดด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลอบอุ่น นอกจากจะเชื่อมความผูกพันระหว่างกันแล้ว ลูกยังเรียนรู้ว่าตัวเองสำคัญ มีคุณค่าจะช่วยกระตุ้นการเติบโตของสมองของลูกให้มีพัฒนาการการเรียนรู้ที่ เพิ่มขึ้น
2. หมั่นพูดคุยกับลูก หมั่น พูดคุยกับลูกในขณะที่ทำกิจวัตรประจำวันร่วมกัน เช่น ตอนอาบน้ำ สระผม เปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นม การโต้ตอบแบบตัวต่อตัวจะช่วยสร้างการเชื่อมต่อของสมอง ส่งผลต่อทักษะการใช้ภาษาและเพิ่มพูนความผูกพันได้อีกด้วย
3. พัฒนาสมองลูกด้วยนิทาน ถึง เวลานอนก็ยังพัฒนาสมองลูกได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยนิทานให้ลูกฟังก่อนนอน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ภาษาในเด็กเล็ก และเตรียมพร้อมเรื่องภาษาและสำเนียงการพูดต่อไปในอนาคต แถมยังช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้ลูกหลับฝันดี ซึ่งการที่ลูกได้หลับเต็มที่ยังช่วยให้สมองทำงานได้ดี เกิดการสร้างเครือข่ายเส้นใยสมอง ส่งผลให้ลูกฉลาดเรียนรู้ได้ดีอีกด้วย
4. สมาธิก็สำคัญ  แรกเกิดก็มีสมาธิได้ จากงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่าสมาธิมีความสัมพันธ์กับการทำงานของสมอง เวลาเด็กนิ่งเป็นระยะเวลาหนึ่งนั้น สมองส่วนหน้าที่ทำหน้าที่ดูแลการแก้ปัญหาจะเกิดคลื่นสมองอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อัลฟา (Alpha) ทำให้สมองรับและเก็บข้อมูลในเรื่องที่สนใจได้ดี โดยในเด็กอ่อน คุณแม่สามารถสร้างสมาธิได้ด้วยการอุ้มลูกแนบอกขณะให้นม พูดคุย มองหน้า และสบตาให้ลูกได้จดจ่อและรู้สึกสงบนิ่ง ก็สามารถทำให้เกิดสมาธิได้ค่ะ
5. จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสมอง  ลูก จะเรียนรู้ได้ดีถ้าอยู่ในภาวะที่มีสมาธิ ดังนั้นจัดมุมหนึ่งในบ้านให้มีของเล่นเสริมสมาธิ เช่น บล็อกไม้ จิ๊กซอ ไม่ควรหาของเล่นให้ลูกหลายชิ้น เพราะลูกจะสับสนขาดสมาธิ
6. กิจวัตรประจำวันที่แน่นอน ควร พาลูกน้อยทำกิจวัตรต่างๆ ให้เป็นเวลาประจำสม่ำเสมอ ให้ลูกสามารถคาดการณ์ได้นั้น มีแนวโน้มจะเป็นเด็กที่มีสมาธิที่ดี เนื่องจากลูกจะรู้สึกมั่นคงและสบายใจกับสิ่งที่เขาสามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขารู้ว่าในแต่ละวันฃจะต้องทำอะไรบ้าง
7. ดนตรีคลาสสิค  การ ฟังเพลงคลาสสิกในช่วงปีแรกของชีวิตมีผลเชิงบวกต่อระบบประสาท งานวิจัยหลายๆ ชิ้น แสดงให้เห็นว่าดนตรีคลาสสิคเป็นเสียงดนตรีที่มีคลื่นเสียงที่เป็นระเบียบ สามารถทำให้ลูกน้อยรู้สึกผ่อนคลาย สมองจึงเปิดรับสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และการที่ลูกรู้จักเสียงดนตรีนั้น ยังเป็นการสร้างความรู้สึกทางด้านอารมณ์ จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ได้อีกด้วย
8. ปกป้องลูกน้อยจากอารมณ์ตึงเครียด ความ เครียดจะชะลอการพัฒนาสมองของลูกได้ ซึ่งความเครียดในเด็กทารกนั้นเกิดจากการที่รู้สึกถึงสภาพแวดล้อมเป็นอันตราย หรือถูกทอดทิ้งไม่ได้รับการตอบสนอง ดังนั้นควรตอบสนองความต้องการของลูกและให้ความสนใจอย่างสม่ำเสมอ
9. สิ่งแวดล้อมที่ดี สถาน ที่ที่ดีต้องเป็นสถานที่ๆ เป็นมิตรกับเด็ก มีอุปกรณ์และของเล่นให้เด็กสามารถพัฒนาทักษะ มีการจัดสถานที่เป็นสัดเป็นส่วนชัดเจนว่าส่วนไหนทำอะไร ของเล่นควรจัดให้เป็นระเบียบ เด็กทารกแรกเกิดนั้นก็มีการรับรู้ทางสมองแล้ว สามารถรับข้อมูลได้และต้องการข้อมูลป้อนเข้าสมองอย่างมาก การให้ลูกได้ยินเสียง ได้เห็นภาพ ได้เห็นการเคลื่อนไหว ได้สัมผัส ได้ดมกลิ่น จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมตามวัยจะช่วยพัฒนาสมองให้มีการทำงานที่มี ประสิทธิภาพค่ะ
10. เปิดโอกาสให้ลูกเห็นโลกกว้าง ที่ นอนหรือเปลของลูกนั้นควรเป็นเปลที่โล่งเพื่อลูกจะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวได้ ไม่ควรเป็นเปลที่ปิดรอบด้านที่ลูกไม่สามารถมองไม่เห็นอะไรเลย เพราะสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกจะช่วยให้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นการพัฒนาสมองของลูกในช่วงนี้ได้อย่างดีที่สุด

11. ของเล่นที่เหมาะสมกับพัฒนาการ  เลือกของเล่นให้เหมาะกับพัฒนาการแต่ละช่วงเดือน โดยเน้นของเล่นที่เสริมทักษะและสร้างความสุข สนุกสนานพร้อมกับการเรียนรู้  วัย 0-3 เดือน เช่น กล่องดนตรี, กระจกชนิดไม่แตกใช้ติดที่เตียงไว้ให้ลูกมองหน้าตัวเอง, โมบายสีสดใส วัย 3-5 เดือน เช่น ของเล่นเขย่า หรือตุ๊กตายางบีบมีเสียง วัย 6-9 เดือน เช่น หนังสือ , บล็อกตัวต่อนิ่มๆ, ลูกบอลเล็กๆ สำหรับโยนและคลานตามได้ และวัย 9-12 เดือน เช่น ที่หัดเดิน, ม้าโยก, ของเล่นไขลาน, กระป๋องตักทราย เป็นต้น
12.เลือกคนดูแลเด็กที่มีคุณภาพสูง พี่ เลี้ยงเด็กที่ดีควรมีคุณสมบัติ รักเด็ก, ยิ้มง่าย, ใจดี, มีความรับผิดชอบต่อเด็ก และควรมี IQ พอสมควร ซึ่งบุคลิกและอารมณ์ของพี่เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยกระตุ้นสมองและ การเรียนรู้ของลูกน้อย

Tip  สารอาหารบำรุงสมองลูกน้อย
การ ที่สมองจะทำงานได้จำเป็นต้องมีพลังงานที่ได้จากอาหารที่สำคัญสำหรับ สมองอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเด็กแรกเกิดอาหารที่ดีที่สุดก็คือน้ำนมแม่อย่างน้อย 4-6 เดือน และเมื่อเริ่มอาหารเสริมแล้วควรให้อาหารเสริมที่อุดมด้วยสารอาหารทั้ง 9 ต่อไปนี้ คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน กรดไขมัน กรดไลโนเลอิก วิตามินต่างๆ ธาตุเหล็ก ไอโอดีน สังกะสีและทอรีน ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มสารอาหารที่ช่วยในการเจริญเติบโตของสมองและร่างกาย