พัฒนาการเข้าสังคมลูกด้วยกีฬา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่าน ไหนที่ไม่รู้ว่า จะนำกีฬากับการบริหารสมองมาผสมผสานใช้กับเด็กๆ ได้อย่างไร และไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นแบบไหน ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง ลองทำตามคำแนะนำของเราดูสิคะ

เน้น Play & Fun การให้ลูกเล่นกีฬานั้นแน่นอนที่สุดว่าเมื่อลูกทำได้ดี ความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่อาจต้องการเห็นลูกเป็นเลิศด้านกีฬา ซึ่งคุณหมออุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาสมองเด็ก รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาความรู้และบุคลากร บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด เคยกล่าวไว้ว่า การส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬานั้นพ่อแม่ไม่ควรเคร่งครัดเกินไป แต่ควรอยู่บนพื้นฐานที่ลูกต้องเล่นอย่างสนุก ซึ่งจะทำให้เขาไม่ต่อต้านการเล่นกีฬาในอนาคต อีกทั้งเมื่อลูกสนุกและมีความสุขแล้วสมองส่วน Nucleus Accumbens จะมีการหลั่งสารโดปามีนทำให้เด็กๆ รู้สึกมีความสุข สมองปลอดโปร่งค่ะ ดังนั้นสำหรับวัยนี้ควรเล่นกีฬาแบบ Play & Fun ดีที่สุด

ซึ่งสำหรับเด็กๆ ไม่ว่าจะวัยอนุบาลหรือประถม สมองทั้งสองซีกจะเกิดการเรียนรู้ได้ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อเขาได้ลง มือทำค่ะ เพราะการเคลื่อนไหวผ่านการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องจะช่วยกระตุ้นการทำงาน ของสมองซีกซ้ายและขวาทำงานอย่างสัมพันธ์กัน รวมทั้งกีฬายังส่งเสริมให้เด็กๆ ได้คิดวางแผน คิดจินตนาการ ขณะเล่นกีฬาอีกด้วยค่ะ

 

วิจัยที่ตีพิมพ์ลงใน Brain Research ฉบับเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2553 โดยลอรา แชดด็อกและทีมวิจัย พบว่า เด็กวัย 9-10 ปี ที่มีการออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายจะมีปริมาณสมองส่วน ฮิปโปแคมปัสใหญ่กว่าเด็กที่ไม่มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายเลยถึง 12% ซึ่งสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมด้านความจำและการเรียนรู้ ยิ่งถ้าสมองส่วนนี้มีขนาดใหญ่ การเรียนรู้ของคนๆ นั้นก็จะดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ และนี่จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่าการออกกำลังกายดีต่อสมองลูกชัวร์

Sport for Kids… ฟิตสมองด้วยกีฬ

 

• พลิกแพลงวิธีเล่นกระตุ้นทักษะการคิด ใครว่าเทนนิสจะต้องเล่นตีข้ามเน็ตเพียงอย่างเดียว แบดมินตันจำเป็นจะต้องตีให้ชนะฝ่ายตรงข้ามเสมอ หรือแม้แต่ฟุตบอลก็ไม่จำเป็นต้องเตะเข้าโกลล์เพียงอย่างเดียว ขอแค่ให้คุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นกับลูกนิดหน่อยก็จะช่วยให้กีฬาน่า สนุกยิ่งขึ้นค่ะ เช่น…

 

* ใช้ไม้เทนนิสตีลูกเหมือนตีลูกกอล์ฟ ให้โดนแก้วน้ำจนล้ม ฝึกทักษะการควบคุมทิศทางของลูกเทนนิส การจับไม้เทนนิสที่ถูกต้อง และกระตุ้นทักษะการคิดวางแผนเพื่อให้ลูกเทนนิสกระเด็นไปโดนแก้ว หรือจะตีโต้กับคุณพ่อคุณแม่แบบกีฬาฮอกกี้ก็สนุกไปอีกแบบ

 

* กีฬาแบดมินตันก็ชวนกันเล่นตีโต้เพื่อรักษาลูกแบดมินตันให้อยู่บนอากาศนานที่ สุด ขณะเล่นก็นับแต้มไปด้วย ช่วยฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ด้วยนะคะ

 

* แทนที่จะแข่งกันเตะฟุตบอลเข้าโกลล์อย่างเดียว ก็ชวนคุณแม่ พี่ชาย-น้องชาย มาล้อมวงส่งต่อลูกบอลด้วยเท้ากัน ฝึกทักษะการควบคุมบอลด้วยปลายเท้า จะทำให้สมองเกิดการทำงานเชื่อมโยงกันระหว่างอวัยวะต่างๆ ทั้งสายตา ช่วงขา และปลายเท้า ทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วยค่ะ

 

• จัดการแข่งขันแบบสนุกไม่ซีเรียส จัดการแข่งขันให้กับเด็กๆ เพื่อเพิ่มความสนุกในการเล่นกีฬากันบ้างนะคะ แค่ชวนเพื่อนๆ ของลูก หรือแม้แต่แข่งขันกันเองในบ้าน ซึ่งระหว่างการเล่นอาจต้องใช้ทักษะการคิดวางแผน การแก้ปัญหา และเทคนิคด้านกีฬาอื่นๆ มาประกอบการเล่น ทั้งยังเป็นการบ่มเพาะเจ้าหนูให้เป็นเด็กอดทน และมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะอีกด้วยนะคะ

 

• ไม่บังคับ ย้อนไปดูกฎข้อแรกที่ว่า Play & Fun ค่ะ หากวันไหนลูกเหนื่อยจากการเรียน และดูท่าจะไม่อยากเล่นกีฬาสนุกๆ แล้วละก็ ท่องไว้ค่ะว่า “ยืดหยุ่นบ้าง” เพราะการเล่นกีฬาที่สนุกจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้สมองของเด็กๆ ปลอดโปร่ง รวมทั้งยังสามารถพัฒนาทักษะด้านการเล่นกีฬาได้ดีกว่าการเล่นแบบที่โดนบังคับ อีกค่ะ เพื่อกีฬาจะได้ไม่กลายเป็นยาขมของลูกในอนาคตอย่างไรล่ะคะ

เห็นไหมคะว่าการชวนลูกเล่นกีฬานั้นไม่จำ เป็นว่าคุณจะต้องเป็นกูรูด้านกีฬา เพียงแต่ชวนเขาเล่นด้วยความสนุก สร้างสรรค์เกมกีฬาใหม่ๆ และที่สำคัญคือไม่บังคับให้เขาทำเท่านี้กีฬาก็จะดีต่อสมองลูกได้อย่างไม่ ต้องสงสัยเลยค่ะ