การดูแลอาหารในหน้าร้อนของลูกรัก

การป้องกันและดูแลคนครอบครัวจากโรคอาหารเป็นพิษ
ง่าย ที่สุดเลยคือการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกถูกสุขลักษณะ สดใหม่ ไม่ควรทานอาหารที่เก็บไว้นาน หรืออาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่น ส่วนการดูแลอาการเบื้องต้นเมื่อเกิดอาหารเป็นพิษ โดยปกติส่วนใหญ่การรักษาอาหารเป็นพิษ เราจะรักษาตามอาการ ถ้ามีคลื่นไส้อาเจียนเราก็จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ถ้าหากว่าถ่ายท้องเราด้วยจะต้องให้น้ำเกลือทดแทนที่ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ ให้เพียงพออีกตัวนึงที่มีประโยชน์มากคือการให้ยาที่เป็นผงดินพิเศษ ซึ่งนอกจากจะสามารถดูดซับสารพิษแล้วยังสามารถดูดซับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อ ไวรัส สาเหตุของการเกิดอาการท้องร่วง ช่วยให้อาการผ่อนหนักเป็นเบา และยาพวากนี้จะค่อนข้างปลอดภัยสามารถใช้ได้ทั้งในเด็กเล็กและทุกคนในครอบ ครัว ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไปอาหารเป็นพิษเกิดจากอะไร

อาหารเป็นพิษ คือ อาการป่วยที่เกิดจากการรับประทานอาหาร ที่มีสารพิษปนเปื้อนเข้าไปอาจเป็นสารพิษที่มาจากเชื้อโรค แบคทีเรียรวมถึงอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงเครื่องดื่มและอาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่นจึงทำให้แบคทีเรียที่ให้สาร พิษเหล่านี้เติบโตขึ้นมา เมื่อเราได้รับเข้าไปก็จะส่งผลทำให้เป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยจะเกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้ และอาการปวดท้องอันเนื่องมาจากเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวตามมาโดยอาการที่เกิดนี้จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษของแบคทีเรียที่เราได้รับ ในบางคนอาจจะเกิดอาการเร็วตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง เมื่อเราได้รับสารพิษเข้าไป หรืออาจจะเกิดอาการดีเลย์อย่างน้อย 2-3 วัน
ทำไมอาการอาหารเป็นพิษจึงพบเห็นได้บ่อยจากการรับประทานอาหารทะเล

จริงๆ ต้องบอกว่าอาหารที่จะทำให้เกิดอาการของโรคอาหารเป็นพิษความจริงแล้วไม่ใช่ อาหารทะเล อาจเกิดจากอาหารอะไรก็ได้ สาเหตุจริงๆ แล้วมาจากการกรรมวิธีปรุงอาหารไม่ถูกสุขลักษณะมากกว่า อาหารไม่สด หรืออาหารที่เก็บไว้นานจนเกิดแบคทีเรียขึ้นมาได้ แล้วนำมารับประทานจนทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้เช่นเดียวกัน แต่ในอาหารทะเล เราก็ต้องยอมรับว่าในบางครั้ง อาจจะเป็นเพราะอาหารที่ไม่สด เรารับประทานเข้าไปจึงได้รับแบคทีเรียที่มีพิษเข้าไปสะสม จนเกิดอาการอาหารเป็นพิษตามมาได้

อย่างนี้นอกจากอาหารทะเลแล้ว อาหารมีเราควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

เราควรระวังอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์อาหารที่ไม่สดสะอาด และอาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่นซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่ให้สารพิษกับ ร่างกายได้

อาการที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงต่างกัน เกิดจาก

เกิดจากการที่เราได้รับสารพิษมากน้อยต่างกัน และขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้ด้วยว่าแข็งแรงมากน้อยเพียงใด เพราะว่าการที่เราได้รับสารพิษในปริมาณทีเท่ากัน แล้วเกิดกับเด็กเล็ก ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือเกิดขึ้นกับคนชรานั้น อาการมันก็จะรุนแรงกว่าคนไข้ที่มีร่างกายแข็งแรงกว่า
บางคนแค่ทานอาหารรสจัด ก็เกิดอาการท้องเสีย เป็นเพราะ?

การรับประทานอาหารรสจัด จะทำให้การคลื่นตัวของลำไส้เร็วขึ้น ถึงเราไม่ท้องเสีย แต่ร่างกายก็จะขับขับถ่ายออกมาปกติ แต่ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ดังนั้น การรับประทานอาหารรสจัดจึงไม่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ แต่ในคนมีอาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษนั้น เมื่อเวลาเราท้องเสีย ถ่ายท้อง ร่างกายของเราก็จะมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายพยายามขับของสารพิษที่ได้รับเข้าไปออกมาให้หมด ดังนั้นข้อควรระวังอย่างหนึ่งสำหรับการใช้ยารักษาอาการท้องเสียคือการใช้ยา หยุดถ่ายเนื่องจากจะเป็นการกักสารพิษเอาไว้ในร่างกาย ทำให้สารพิษและเชื้อโรคก่อโรคในร่างกายได้มากขึ้น

ลูกติดคอมและเทคโนโลยี

การ เร่งเด็กมากเกินความสามารถและพัฒนาการตามวัยของเขา ทำให้เด็กเสียโอกาสการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย เพราะการเรียนรู้อย่างเหมาะสมเป็นขั้นตอนจะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อการต่อยอด ความสามารถด้านอื่น เช่น เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กในช่วงวัยนี้อาจทำให้เด็กซึ่งควรได้รับการ พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวให้คล่องขึ้น มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาตัวเองด้านนี้ได้เต็มที่ อาจทำให้เป็นเด็กที่เฉื่อยชา ซึ่งหมายถึงมีความล่าช้าของพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ไม่ชอบการออกกำลังกาย ไม่ชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เมื่อออกกำลังกายน้อยลงหากรับประทานเท่าเดิม หรือรับประทานมากขึ้นแต่มีการเคลื่อนไหวน้อยก็จะเกิดโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกิน ตามมาได้ การให้เด็กอยู่กับเทคโนโลยีมากเกินความจำเป็นยังทำให้เด็กขาดทักษะในการ ติดต่อสื่อสารผ่านการพูดคุยกับผู้อื่น ทักษะในการปรับตัวเข้าหาผู้อื่น รู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักต่อรอง รู้จักอดทนรอคอย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิตต่อไปในอนาคตของเขา

นอกจากนี้เด็กอาจ ได้เรียนรู้แบบอย่างที่ไม่ดีผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น จากรายการโทรทัศน์ จากโฆษณา หรือเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งอาจมีความรุนแรงหรือสอดแทรกค่านิยมที่ไม่เหมาะสมผ่านสื่อต่างๆเหล่านั้น นอกจากนี้อาจมีผลกระทบทางด้านสุขภาพร่างกายของเด็กเล็กๆ เช่น แสงจากจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรทัศน์ที่ไม่เหมาะสมอาจมีผลต่อสายตาและการมองเห็นของเด็กได้

จัดการกับสื่อรอบตัว

แม้ รอบข้างจะมีสื่อที่ไม่เหมาะสมอยู่มากมาย แต่หากคุณพ่อคุณแม่พลิก วิกฤติให้เป็นโอกาสก็สามารถนำสิ่งที่ไม่เหมาะสมนั้น มาสอนให้ลูกได้เรียนรู้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างแก่ลูก เช่น ไม่บริโภคสื่อที่ไม่เหมาะสม ละครเรื่องไหนไม่ส่งเสริมการดำรงชีวิตที่ดีตามบรรทัดฐานของครอบครัวเราก็ไม่ ควรเปิดดู จำกัดเวลาดูโทรทัศน์และการใช้เวลาหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเกมของลูกรวมกันแล้ว ไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปีไม่แนะนำให้ดูโทรทัศน์หรือเรียนรู้ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่เองควรต้องนั่งดูรายการโทรทัศน์กับลูกทุกครั้งโดย เฉพาะลูกในช่วงวัย 1-3 ปี เพื่อสอนให้ลูกได้เรียนรู้ค่านิยมและบรรทัดฐานของครอบครัวไปพร้อมกันด้วย

เทคโนโลยี นั้นอาจมีประโยชน์ หากเราใช้ให้เป็น แต่ก็อาจเป็นดาบสองคม หากเอามาใช้ผิดเพี้ยนไป หากสำหรับเด็กแล้ว ควรวางรากฐานพัฒนาการให้ได้พัฒนาอย่างเต็มที่ก่อน ซึ่งมีหลายเรื่องให้ได้เรียนรู้ โดยไม่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเสมอไป

ใน ปัจจุบันเด็กเล็กๆ เข้าถึงเทคโนโลยีรวดเร็วมาก ซึ่งสำหรับเด็กอายุน้อยกว่า 3 ปีถือว่าเร็วไปมาก เพราะในอายุระหว่าง 1-3 ปีนี้ เด็กควรพัฒนาการเคลื่อนไหว พื้นฐานการช่วยเหลือตัวเอง เรียนรู้ทักษะทางด้านสังคมรวมทั้งการสื่อสารกับผู้อื่นเป็นหลัก เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการเรียนรู้ผ่านการเล่นกลางแจ้ง การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้

นอกจากนั้นพื้นฐานของพัฒนาการซึ่งมี ความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ก็ยังพัฒนาได้ไม่ดี เช่น การควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อมือ การทำงานที่ประสานกันระหว่างสายตาและมือ ช่วงวัยนี้เด็กยังไม่สามารถเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นบทบาทหน้าที่ของคุณพ่อ คุณแม่ที่จะต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมของการเข้าถึงสื่อและเทคโนโลยีตาม บริบท และบรรทัดฐานของครอบครัว อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีโดยมีเป้าหมายส่งเสริมการเรียนรู้และ พัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้