ปกป้องลูกรักจากแสงแดด

ปกป้องผิวลูกจากแสงแดด
+ หลีกเลี่ยงการพาลูกถูกแดดแรงๆ ในช่วง 10.00-16.00 น. เพราะเป็นช่วงที่แดดแรงจัดมีรังสี UVA และ UVB มาก และผิวของเด็กทนต่อแดดได้น้อยกว่าผู้ใหญ่ และแพ้แดดได้ง่ายกว่า

+ หากลูกต้องอยู่กลางแดดนาน เช่น เล่นน้ำทะเล คุณแม่ควรทาครีมกันแดดโดยเลือกครีมกันแดดสำหรับเด็กชนิดที่ป้องกันรังสี อัลตราไวโอเลต ที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป ทาให้ทั่วตัวรวมทั้งใบหน้า ใต้ตา จมูก หู คอ หน้าอก มือและเท้า และหากลูกจะว่ายน้ำก็ควรเลือกครีมกันแดดที่สามารถกันน้ำได้ (ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง)

หากผิวโดนแดดเผามากจะทำให้ผื่นเปลี่ยนเป็นสีม่วงและผิวหนังขาดน้ำจนเกิดอาการช็อกได้

บรรเทาผิวไหม้แดด
ให้ลูกดื่มน้ำเปล่าเพื่อชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปทางผิวหนัง จากนั้นทำให้ผิวของลูกเย็นลงโดยใช้น้ำอุณหภูมิปกติราดบริเวณที่ถูกแดดเผาหรือพาลูกไปแช่ในน้ำ อย่าถูผิวลูกแรงและไม่ใช้สบู่เพราะจะทำให้ผิวบริเวณที่ไหม้แสบและแห้งตึงมากขึ้น หลังอาบน้ำให้ทาครีมทาผิวเพื่อลดความตึงของผิวหนัง

นอกจากนี้ อาจใช้การประคบเย็นโดยใช้ผ้าชุบน้ำเย็นวางบนรอยไหม้ประมาณ 10 นาที ทุก 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าผิวหนังอักเสบแดงหรือเป็นรอยไหม้ไม่ยอมลอกออก ควรพาลูกไปพบแพทย์

+ หากต้องอยู่กลางแจ้งในช่วงแดดแรง ควรให้ลูกใส่หมวกสีจางๆ สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวเนื้อบางๆ

+ ในช่วงที่แดดแรงไม่ควรทาน้ำมันทาผิวหรือเบบี้ออยล์ให้ลูก เพราะเมื่อถูกแสงแดด อุณหภูมิของน้ำมันจะสูงขึ้น ทำให้ผิวหนังไหม้เร็วขึ้น

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย : เลือกครีมกันแดดให้ลูก
ควรเลือกครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพราะไม่ผสมสาร ที่ระคายเคืองต่อผิวหนังหรือทำให้เกิดอาการแพ้ และเลือกชนิดที่ปกป้องแสงอัลตราไวโอเลตทั้ง UVA และ UVB ที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไป แต่ไม่ควรเลือกชนิดที่มีค่า SPF สูงมากจนเกินไป เพราะยิ่งค่า SPF สูง เนื้อครีมก็จะมีความเหนียวเหนอะมากขึ้นและมีโอกาสแพ้มากขึ้นด้วย หากลูกมีผื่นขึ้นหลังใช้ครีมกันแดด ให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดและหยุดใช้ครีมทันที