ทำอย่างไรให้ลูกไม่ขาดความอบอุ่น

อาจ จะไม่สมบูรณ์แต่แม่รักลูกและพร้อมจะฟังลูก การฟังนั้นสำคัญเพราะมนุษย์จะได้ยินแต่ไม่ฟัง เด็กบางคนมีทั้งพ่อและแม่ก็มีปัญหาได้ ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้มีปัญหาเพราะพ่อแม่เลิกกัน เด็กต้องการความเข้าใจ ซึ่งความรักนั้นพ่อแม่ให้ลูกอยู่แล้ว แต่ความข้าใจพ่อแม่อาจจะให้ลูกได้มากน้อยไม่เท่ากัน
ลูกคนโตจะคุยกับกบได้ทุกเรื่อง เราต้องเป็นทั้งแม่และเพื่อน จะเป็นพี่ด้วยก็ได้ แม่สมัยใหม่อาจจจะทำงานนอกบ้าน กลับมาบ้านเหนื่อย มีความเครียดต้องตั้งสติดีๆ อย่าเอาอารมณ์ไปลงกับลูก เพราะเด็กจะซึมซับอารมณ์ของแม่ไปเต็มๆ เวลากบมีความสุขลูกก็จะรู้สึกเหมือนโลกนี้เหมือนเป็นสีชมพู แต่ถ้าวันไหนเราเศร้าหรือเหนื่อย แม้เราจะไม่พูด ลูกจันทน์ก็จะเอาการ์ดมาให้เป็นรูปหัวใจหรือดอกไม้ คือจะสื่อว่าหนูรู้นะว่าแม่ไม่สบายใจ เขาจะรู้ทันที เพราะฉะนั้นถ้าเครียดก็จะเอาความเครียดไว้ที่ทำงาน อย่าเอากลับไปบ้านและอย่าคิดว่าลูกไม่รับรู้ปัญหาของแม่ เพราะถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ ลูกจะกลายเป็นเด็กซึมเศร้า จึงฝากแม่ทุกคนที่มีลูกแต่ต้องไปทำงานให้ใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้มีประ โยชนที่สุด มีความสุขที่สุด อาจจะสั้นแต่มีความสุข บางคนตัวอาจจะอยู่ด้วยกันแต่ไม่ได้ทำอะไรด้วยกัน”

สอนลูกให้เป็นคนดี แบบมีอิสระในการดำรงชีวิต
“เรื่องหลักๆ ที่กบสอนลูกเสมอคือ การเป็นคนดี เช่น มือมีไว้ไหว้คนกับช่วยคน ห้ามตีพี่เลี้ยง ส่วนปากห้ามพูดจาไม่ไพเราะ ห้ามว่าคนอื่น เพราะปากมีไว้ให้กำลังใจคน ส่วนตาของลูกไม่ได้มีไว้ให้ทำตาขวาง แต่ตาของลูกมีไว้ให้กำลังใจคนอื่น ส่วนเรื่องอื่นๆ พี่คิดว่าลูกเกิดมาควรมีอิสสระในการเลือก อย่าไปยึดว่าลูกฉันจะต้องเหมือนฉัน เขาเกิดมาในโลกมีสิทธิ์เลือกสิ่งที่เขาชอบ ไม่ว่าจะเป็นวิชาที่เขาเลือก ดนตรีที่เขาเล่น กบเชื่อว่าเราต้องให้โอกาสลูกเหมือนที่เราให้โอกาสมนุษย์คนอื่น เพราะลูกเกิดมาพร้อมสิทธิเสรีภาพในการเลือก อาชีพ และสิ่งที่ชอบ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะสอนให้มีสิทธิ์ที่จะเลือกในสิ่งที่ชอบ แต่ก็ต้องให้ลูกได้ลองในสิ่งที่เขาปฎิเสธในตอนแรก ต้องสอนและอธิบายให้เขารู้ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยทางเลือก สิ่งที่กบให้ลูกคือ อิสระในการดำรงชีวิต แต่การสอนให้เป็นคนดีต้องดุบ้าง ต้องมีกรอบบ้าง เพราะทุกบ้านย่อมมีกฎของบ้านเพื่อไม่ให้ลูกกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ สไตล์การเลี้ยงลูกของกบเหมือนกันทั้งสองคน แต่ที่ต่างกันคือ วุฒิภาวะทางอารมณ์ เพราะตอนมีลูกคนแรก เรายังอายุน้อย เราก็ยังมีอัตตาตัวตนเยอะ ยังไม่เป็นผู้ใหญ่”

สิ่งที่อยากฝากไปถึงพ่อแม่ทุกคน
“อยากให้พ่อแม่ลดความหวังในตัวลูก เข้าใจว่าอาจจะมีความหวังเกี่ยวกับตัวลูก แต่ต้องบาลานซ์ กบคิดว่าเด็กน่าจะมีเสรีภาพในการคิด  การศึกษา สมัยนี้มีกูเกิลเสริชหาสิ่งที่เขาอยากรู้ อย่าไปคิดว่าการเรียนสำคัญที่สุด เพราะการเรียนสำคัญในการดำรงชีวิต แต่ลูกสามารถเรียนรู้อะไรบางอย่างได้ในธรรมชาติและการเล่นของเขา บางคนมีความคาดหวังในตัวลูกมาก ว่าต้องเรียนพิเศษเยอะขนาดนี้เพื่อที่จะเข้าที่นี่ได้  ลูกโตขึ้นต้องเก่ง ต้องเข้ามหาวิทยาลัยแบบที่พ่อแม่ต้องการ จบมาแล้วต้องมีอาชีพเป็นหมอ ต้องรวย เหมือนเด็กเกิดมาเพื่อเป็นทรัพย์สินของพ่อแม่มากกว่าที่จะเป็นมนุษย์”

     “พี่มีลูกสาวสองคนค่ะ คนโตชื่อ ลูกนก ชุติธร ประภานนท์ อายุ 19 ปี คนเล็ก ห่างกัน 9 ปี ชื่อ ลูกจันทน์ รภัสสา แก่นจันทน์ อายุ 6 ปี ตอนตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง มีปัญหาเรื่องแพ้ท้อง ซึ่งตอนนั้นยังต้องไปทำงานทุกวันแต่เราแพ้ท้องกินอะไรไม่ได้อยู่ 5 เดือน แพ้ขนาดที่ได้ยินชื่ออาหารญี่ปุ่นก็อาเจียน กินได้แต่เฉาก๊วย ช่วงท้องนอกจากฮอร์โมนจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อาการปวดตามร่างกายก็ยังมีด้วย เกือบทุกเช้าตั้งแต่ตี 5 จะเริ่มเป็นตะคริว แม้ถึงเวลาเราไปทำงานแล้ว ก็ยังเดินโขยกเขยกและยังเจ็บ คนท้องต้องทำใจให้สบาย  แต่กบโชคดีที่คนรอบข้างเข้าใจแล้วช่วงนั้นก็ได้รับความใส่ใจเยอะ จึงมีความสุขเวลาไปทำงาน
ตอนเลี้ยงลูกคนแรกกบยังอายุน้อยก็มีน้ำนม บวกกับคลอดที่อเมริกา ซึ่งที่นั่นจะเน้นการคลอดตามธรรมชาติและการให้นมแม่ ส่วนคนเล็กคลอดที่เมืองไทยกบก็ขอคำแนะนำจากหมอที่เน้นเรื่องการให้นมแม่ แต่กลับมีปัญหาเรื่องการให้นมลูก เนื่องจากน้ำนมไม่มี หมอก็บอกว่าดูดไปเรื่อยๆ ต้องมี เวลาผ่านไป 1 เดือน หัวนมแตก น้ำนมก็ยังไม่มี แต่ก็ไม่ยอมแพ้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีน้ำนม ทั้งดื่มน้ำอุ่น กินแกงเลียง กินไก่ผัดขิง กินทุกวันอยู่เดือนครึ่งแต่น้ำนมก็ยังไม่มี คุณแม่เริ่มทนดูไม่ได้เพราะหลานผอมแห้งมาก น้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ จึงตัดสินใจพากลับไปหาหมอคนที่ดูแลลูกคนแรก หมอบอกว่า สิ่งที่สำคัญคือ สุขภาพของแม่ ถ้าแม่เครียดลูกก็จะเครียด จึงแนะนำให้กินนมกระป๋อง จึงให้ลูกกินนมผสมจากนั้นจึงน้ำหนักขึ้น แต่ปัญหายังไม่หมดเพราะช่วงลูกจันทน์อายุ 1 ปีครึ่ง พี่ป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ ร่างกายอ่อนเพลีย จิตใจก็แย่มาก จนกลายเป็นโรคซึมเศร้า 1 ปี ขณะนั้นคิดว่าลูกคงซึมซับอารมณ์เราไปเยอะ ช่วงนี้เขาโตเราก็พยายามทำให้เขามีความสุขที่สุด”

การเลี้ยงลูกเอง คือ ความสุข
“ปัจจุบัน ลูกคนโตอยู่อเมริกา แต่ตอนเล็กๆ พี่ก็เลี้ยงเองแล้วมีพี่ลี้ยงเก่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงเด็กมาช่วยเลี้ยง อีกแรง ส่วนลูกคนที่สอง พี่ลาออกจากงานมาเลี้ยงเองตั้งแต่ลูกอายุ 1 ปี จนถึงอายุ 4 ปี เพราะเมื่อเขาเริ่มเข้าอนุบาล เราก็กลับมาทำงานอีกครั้ง  แต่ช่วงเวลา 4 ปี ที่ออกมาเลี้ยงลูกเองมีข้อดีเยอะมาก เพราะเป็น 4 ปีที่เราได้ใกล้ชิดกันที่สุด เช่น ตอนนี้เราทำงานเต็มเวลาแต่ความผูกพัน สายใยยังอยู่ ช่วง 4 ปีแรกของชีวิตเขา เราอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง แล้วตอนนี้ต้องออกจากอกเราไปเข้าโรงเรียน ส่วนเราก็ต้องทำงาน ถึงแม้เราจะไม่ได้เจอ ไม่ได้ใช้เวลาเหมือนตอนนั้น แต่ความผูกพันเราแน่น เพราะรากฐานตอนลูกเล็กๆ เรากอดลูก อยู่กับลูก ทุกวันนี้กบยังแปรงฟัน ล้างก้น และอาบน้ำแต่งตัวให้ลูกอยู่ พี่เลี้ยงเอาไว้เล่นด้วยและคอยเฝ้าระวัง”

วิธีเติมความรักให้ลูกเต็มได้ สไตล์ Single Mom
“หนึ่งเลยคือ เราต้องพร้อมทางอารมณ์ เราต้องพร้อมให้ความรัก พร้อมจะกอด มองตาเขาแล้วตัวเองต้องมีความสุขให้ได้ สองคือ เราต้องทำให้ลูกรู้สึกก่อนว่าไม่มีปัญหา แต่ต้องมาจากความรู้สึกของเราจริงๆ ว่าลูกเป็นเด็กที่มีบุญและโชคดี ด้วยการชี้ให้ลูกเห็นว่า ลูกเกิดมามีครบ 32 มีตาแขนขาครบ ให้ลูกเข้าใจว่าโลกเรามีทั้งคนพิการ เด็กกำพร้า เพราะเด็กจะรู้สึกว่าทำไมเขาไม่มีพ่ออยู่ด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ไม่อยู่ด้วยกัน ถ้าลูกถามเราร้อยครั้ง เราก็ต้องอธิบายร้อยครั้ง กบวาดรูปมีชาร์ตอธิบาย พาเขาไปบ้านเด็กกำพร้าแล้วอธิบายให้ลูกฟังว่า เด็กเหล่านี้ไม่มีพ่อไม่มีแม่ แต่ลูกมีพ่อและมีแม่ แค่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เรามีทั้งพ่อและแม่ครบ


สอนลูกกินผลไม้


 

สีม่วง – สีน้ำเงิน : มีสารแอนโทไซยานินและฟนอล ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและอัมพาต บำรุงผิวพรรณ และชวยใหทางเดินปสสาวะทำงานเป็นปกติ
- ผักกลุ่มสีม่วง – สีน้ำเงิน : เผือก หอมแดง มะเขือม่วง กะหล่ำมวง ดอกอัญชัน
- ผลไม้กลุ่มสีม่วง – สีน้ำเงิน : องุ่นม่วง บลูเบอรี่ ลูกพรุน ชมพู่มะเหมี่ยว ลูกเกดดำ
สีขาว : อุดมด้วยสารแอลลิซิน ช่วยรักษาระดับคอเรสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคมะเร็งบางชนิด และยังมีวิตามินซี สารเบต้าแคโรทีนช่วยบำรุงผิวพรรณและป้องกันหวัด
- ผักกลุ่มสีขาว : หัวหอม ขิง ผักกาดขาว ดอกแค ถั่วงอก มะละกอดิบ กระเทียม เห็ดสีขาว กะหล่ำดอก มะเขือเปราะ
- ผลไม้กลุ่มสีขาว : ฝรั่ง เงาะ ลิ้นจี่ กระท้อน มังคุด น้อยหน่า พุทรา แก้วมังกร
สีเขียว : มีสารคลอโรฟีลล์ที่เมื่อถูกย่อยแล้วจะช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ยังมีสารลูเทอินและสารอินโดลสที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ บำรุงสายตา ฟนและกระดูกให้แข็งแรง
- ผักกลุ่มสีเขียว : แตงกวา บร็อคโคลี่ คะน้า กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาว ผักบุ้ง ผักขม มะระ ป๋วยเล้ง กวางตุ้ง ต้นหอม
- ผลไม้กลุ่มสีเขียว : มะนาว กีวี ฝรั่ง ชมพู่ แอปเปลเขียว องุ่นเขียว มะมวง
 
นอก จากคุณแม่จะต้องกินอาหารให้ ครบ 5 หมู่ในแต่ละวันแล้ว ก็อย่าลืมกินผักและผลไม้ให้ครบ 5 สีนะคะ อย่างเมนูง่ายๆ เช่น สลัดผัก-ผลไม้ 5 สี ยำหรือส้มตำผัก-ผลไม้ 5 สี ทั้งอิ่มอร่อยและได้สุขภาพดีด้วยค่ะ
สีส้ม-สีเหลือง : อุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีน แคโรทีนอยด ไบโอฟลาโวนอยด์และวิตามินซี ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระตัวก่อมะเร็ง ช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีน้ำมีนวล บำรุงสายตา และช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือด
- ผักกลุ่มสีส้ม-สีเหลือง : แครอท ข้าวโพด ข้าวโพดอ่อน ฟักทอง พริกเหลือง มันฝรั่ง
- ผลไม้กลุ่มสีส้ม-สีเหลือง : ส้ม สับปะรด มะละกอสุก มะม่วงสุก กล้วยสุก ขนุน แคนตาลูป แตงโมเหลือง
 
สีแดง : มีสารไลโคปิน เบต้าไซซินและแอนโทไซยานิน ช่วยบำรุงหัวใจ ป้องกันภาวะความจำเสื่อม ป้องกันโรคเกี่ยวกับทางเดินปสสาวะ และลดความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด
- ผักกลุ่มสีแดง : พริกแดง หอมใหญ่แดง มันฝรั่งแดง ผักโขมแดง บีทรูท
- ผลไม้กลุ่มสีแดง : มะเขือเทศ แตงโม ทับทิม แอบเปิ้ล เชอรี่ สตรอเบอรี่ องุ่นแดง แกวมังกรเนื้อแดง