ฝึกนิสัยดีดีให้ลูฏรัก

Rauseo และสามีของเธอ ได้ผ่าน หลักสูตร CPRเจ็ดปี ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ หนึ่งในลูกชายของ พวกเขา ในเวลาสั้น ๆ หยุด หายใจ แต่เธอก็ ไม่เคยใช้ ฝึกอบรมของเธอ และเธอก็เป็น สนิม กับลูกตอนนี้ ปวกเปียก และเปลี่ยน สีฟ้า Rauseo พยายามที่ ดีที่สุดของเธอ ในการหายใจ ชีวิต เป็น หลานชายของเธอ

“ฉัน เป็นระเบียบ ร้อนจริงๆ ” เธอ กล่าวว่า “ถ้า มันไม่ได้รับ สำหรับพวกเขา ผมไม่ทราบว่า ถ้าผม จะมี การปรากฏตัว ของจิตใจที่จะ ทำในสิ่งที่ จำเป็นต้องทำ คนที่มี ผม สงบ ลงและ บอกฉันว่าฉัน สามารถทำมัน . ”

รถพยาบาล ไมอามี่ กู้ภัยดับเพลิง ได้อย่างรวดเร็ว มาถึงและ รีบวิ่ง ไปที่ เซบาสเตียน แจ็คสัน

แต่ ในวันพฤหัสบดีที่ เซบาสเตียน น้อย ที่เกิด ก่อนกำหนด ได้รับการ ต่อสู้การติดเชื้อ ทางเดินหายใจและ ร้องไห้ เป็น ป้าของเขา กำลังมุ่งหน้าไป ทางทิศตะวันตกบนทางด่วน โลมา เมื่อ จู่ ๆ เขาก็ หยุด ร้องไห้ พาเมล่า Rauseo , 37, ไมอามี รู้ว่า มีบางอย่าง ที่ไม่ถูกต้อง

เธอหยุด เอสยูวี ของเธอ บน ทางด่วนทางตะวันออกของ 57th อเวนิว และ กระโดดออกมา ทันที กรีดร้อง ว่า หลานชายของเธอ ได้หยุด หายใจ

ทารก ที่ได้รับการ เปลี่ยน สีฟ้า อัตราการเข้าชม เร็ว ๆ นี้ ได้รับการสนับสนุน

ฉาก ละคร ก่อนที่จะ กางออก Miami Herald ช่างภาพ อัล Diaz , ที่ยัง ติดอยู่ใน การจราจร Diaz วิ่งผ่าน การจราจร จนตรอก ตะโกน ขอความช่วยเหลือ เขา ได้อย่างรวดเร็ว ได้รับความสนใจ ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ Sweetwater Amauris Bastidas ที่วิ่ง ที่จะช่วยให้ ดำเนินการ CPR

Diaz แล้ว คว้า กล้อง ของเขา หัก ออกจาก ชุดของภาพจับภาพความพยายามที่ กล้าหาญ ของ Bastidas และอื่น ๆ เพื่อ ประหยัด เซ เล็กน้อย

ในเช้าวัน ศุกร์ที่ ข่าวรั่ว ทั่วสหรัฐอเมริกา และจากที่ ไกลที่สุดเท่าที่ ออสเตรเลีย , เยอรมนี และบราซิล ครอบคลุม เรื่องราว หลังจากที่ ภาพถ่าย Diaz ของ ย้าย ของ Rauseo และ ผู้ขับขี่ อื่น ๆ การแสดง CPR ที่ เซบาสเตียน ตี อินเทอร์เน็ต

ดร. ฆ โซลาโน กล่าวว่าวันศุกร์ ที่ ทารกอยู่ในสภาพที่ มั่นคง ใน แจ็คสัน โฮลต์ซ หน่วย ที่สำคัญ การดูแล เด็ก และ ” ภายใต้การสังเกต อย่างใกล้ชิด ” กับ ตารางเวลาสำหรับ เมื่อเขา อาจจะไป ที่บ้าน ไม่มี

“เราไม่ คิดว่าเขา ได้รับ มีปัญหา ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งถูก ทำให้แย่ลงโดย การติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจที่เขาได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ” เขากล่าวว่า

โซลาโน และ ดร. จูดี้ Schaechter หัวหน้า ระหว่างกาล ของ กุมารเวชศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัย ไมอามี่ มิลเลอร์ โรงเรียนแพทย์ กล่าวว่าพวกเขา ต้องการที่จะใช้ เป็นจุดสนใจ ของสื่อ ที่รุนแรง เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ ทุกคน ที่จะกลายเป็น ได้รับการรับรอง ใน CPR

” กรณี เช่น เซบาสเตียน เกิดขึ้น ทุกวัน” โซลาโน กล่าวว่า “มัน เป็นโชคดีที่ มัน เกิดขึ้นกับ ผลที่ดี เพื่อให้คุณสามารถ กระจายข้อความ ว่าการฝึกอบรม CPR เป็นสิ่งสำคัญและ เซบาสเตียน ถูกบันทึกไว้ โดย ซีพี. ”

หลักสูตรสามารถนำมา ใน 30 นาทีออนไลน์ ตามด้วย อีก 15-30 นาที คนใน เซสชั่น กับ กาชาด หรือ สมาคมหัวใจอเมริกัน โซลาโน กล่าวว่า

ในวันศุกร์ที่ Rauseo จำความพยายาม หมดหวังที่จะ ช่วย หลานชายของเธอ เมื่อ เธอหยุด เอสยูวี ของเธอ ในการเข้าชม

“เขาเป็น แล้ว หมดสติ ” Rauseo ผู้สื่อข่าว วันศุกร์ที่แถลงข่าว รีบร้อง ที่ โรงพยาบาล แจ็คสัน ที่ เซบาสเตียน ได้รับการปฏิบัติ “ผม ไม่สามารถล้มเหลว ฉันได้รับ ลูกนี้ ดี . ”

เซบาสเตียน แม่ Paola วาร์กัส ไม่ปรากฏ ในการแถลงข่าว ในวันศุกร์ แต่ Rauseo กล่าวว่า น้องสาว ของเธอ คือ ” ดีภายใต้ สถานการณ์ เธอ ขอบคุณ เธอมี ลูกของเธอ กับเธอ และเธอก็ หวังว่า สิ่งที่เป็น มีวิธีที่ง่าย . “

การดูแลอาหารในหน้าร้อนของลูกรัก

การป้องกันและดูแลคนครอบครัวจากโรคอาหารเป็นพิษ
ง่าย ที่สุดเลยคือการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกถูกสุขลักษณะ สดใหม่ ไม่ควรทานอาหารที่เก็บไว้นาน หรืออาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่น ส่วนการดูแลอาการเบื้องต้นเมื่อเกิดอาหารเป็นพิษ โดยปกติส่วนใหญ่การรักษาอาหารเป็นพิษ เราจะรักษาตามอาการ ถ้ามีคลื่นไส้อาเจียนเราก็จะให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ถ้าหากว่าถ่ายท้องเราด้วยจะต้องให้น้ำเกลือทดแทนที่ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ ให้เพียงพออีกตัวนึงที่มีประโยชน์มากคือการให้ยาที่เป็นผงดินพิเศษ ซึ่งนอกจากจะสามารถดูดซับสารพิษแล้วยังสามารถดูดซับเชื้อแบคทีเรียและเชื้อ ไวรัส สาเหตุของการเกิดอาการท้องร่วง ช่วยให้อาการผ่อนหนักเป็นเบา และยาพวากนี้จะค่อนข้างปลอดภัยสามารถใช้ได้ทั้งในเด็กเล็กและทุกคนในครอบ ครัว ซึ่งมีขายตามร้านขายยาทั่วไปอาหารเป็นพิษเกิดจากอะไร

อาหารเป็นพิษ คือ อาการป่วยที่เกิดจากการรับประทานอาหาร ที่มีสารพิษปนเปื้อนเข้าไปอาจเป็นสารพิษที่มาจากเชื้อโรค แบคทีเรียรวมถึงอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนเชื้อ รวมถึงเครื่องดื่มและอาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่นจึงทำให้แบคทีเรียที่ให้สาร พิษเหล่านี้เติบโตขึ้นมา เมื่อเราได้รับเข้าไปก็จะส่งผลทำให้เป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โดยจะเกิดอาการท้องร่วง คลื่นไส้ และอาการปวดท้องอันเนื่องมาจากเชื้อโรค ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ อาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวตามมาโดยอาการที่เกิดนี้จะเกิดขึ้นเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับปริมาณสารพิษของแบคทีเรียที่เราได้รับ ในบางคนอาจจะเกิดอาการเร็วตั้งแต่ 1-2 ชั่วโมง เมื่อเราได้รับสารพิษเข้าไป หรืออาจจะเกิดอาการดีเลย์อย่างน้อย 2-3 วัน
ทำไมอาการอาหารเป็นพิษจึงพบเห็นได้บ่อยจากการรับประทานอาหารทะเล

จริงๆ ต้องบอกว่าอาหารที่จะทำให้เกิดอาการของโรคอาหารเป็นพิษความจริงแล้วไม่ใช่ อาหารทะเล อาจเกิดจากอาหารอะไรก็ได้ สาเหตุจริงๆ แล้วมาจากการกรรมวิธีปรุงอาหารไม่ถูกสุขลักษณะมากกว่า อาหารไม่สด หรืออาหารที่เก็บไว้นานจนเกิดแบคทีเรียขึ้นมาได้ แล้วนำมารับประทานจนทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้เช่นเดียวกัน แต่ในอาหารทะเล เราก็ต้องยอมรับว่าในบางครั้ง อาจจะเป็นเพราะอาหารที่ไม่สด เรารับประทานเข้าไปจึงได้รับแบคทีเรียที่มีพิษเข้าไปสะสม จนเกิดอาการอาหารเป็นพิษตามมาได้

อย่างนี้นอกจากอาหารทะเลแล้ว อาหารมีเราควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

เราควรระวังอาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ จากเนื้อสัตว์อาหารที่ไม่สดสะอาด และอาหารค้างคืนที่ไม่ได้อุ่นซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่ให้สารพิษกับ ร่างกายได้

อาการที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงต่างกัน เกิดจาก

เกิดจากการที่เราได้รับสารพิษมากน้อยต่างกัน และขึ้นอยู่กับร่างกายของคนไข้ด้วยว่าแข็งแรงมากน้อยเพียงใด เพราะว่าการที่เราได้รับสารพิษในปริมาณทีเท่ากัน แล้วเกิดกับเด็กเล็ก ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หรือเกิดขึ้นกับคนชรานั้น อาการมันก็จะรุนแรงกว่าคนไข้ที่มีร่างกายแข็งแรงกว่า
บางคนแค่ทานอาหารรสจัด ก็เกิดอาการท้องเสีย เป็นเพราะ?

การรับประทานอาหารรสจัด จะทำให้การคลื่นตัวของลำไส้เร็วขึ้น ถึงเราไม่ท้องเสีย แต่ร่างกายก็จะขับขับถ่ายออกมาปกติ แต่ไม่มีอาการอ่อนเพลีย ดังนั้น การรับประทานอาหารรสจัดจึงไม่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ แต่ในคนมีอาการท้องเสียจากอาหารเป็นพิษนั้น เมื่อเวลาเราท้องเสีย ถ่ายท้อง ร่างกายของเราก็จะมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากร่างกายพยายามขับของสารพิษที่ได้รับเข้าไปออกมาให้หมด ดังนั้นข้อควรระวังอย่างหนึ่งสำหรับการใช้ยารักษาอาการท้องเสียคือการใช้ยา หยุดถ่ายเนื่องจากจะเป็นการกักสารพิษเอาไว้ในร่างกาย ทำให้สารพิษและเชื้อโรคก่อโรคในร่างกายได้มากขึ้น

การสอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคม

พ่อแม่หลายคนบอกว่าทุกวันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกอยู่แล้ว แต่ทำไมลูกถึงยังออกนอกลู่นอกทาง?

ผมมีความเห็นในเรื่องนี้ 2 ประการครับ
ประการแรก คือ น้ำหนักมันไม่พอ จากรายงานการวิจัยของ ‘ศูนย์วิจัยรักลูกกรุ๊ป’ เราพบว่าพ่อแม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลร้อยละ 40 ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกอยู่ แต่ความถี่และน้ำหนักของมันสู้กับแบบอย่างที่ไม่ดีที่มีอยู่ในสังคมและใน เรื่องรอบๆ ตัวเราไม่ได้ ลูกของเราได้สัมผัสกับพ่อแม่วันละไม่กี่ชั่วโมง แต่สัมผัสกับโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ตวันละไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแม้เราจะเป็นแบบอย่างที่ดีแต่ก็ไม่มีความหมายอะไร
ประการที่สอง ผมคิดว่าเราเผลอกันบ่อยครั้ง บางเรื่องแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เราไม่ได้ใส่ใจ ปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายลูกก็ซึมซับเอาสิ่งที่เราทำไปเป็นแบบอย่างของเขา ยกตัวอย่างเช่น เวลาขับรถบางคนชอบสบถโดยลืมไปว่าลูกเราก็นั่งอยู่ด้วย หรือไม่ยอมให้ทางรถคันอื่นเพราะเขามาแบบผิดกฎจราจรแล้วเราเป็นฝ่ายถูก เราอาจจะบอกตนเองว่าเราสอนให้ลูกเคารพกฎกติกา แต่อย่าลืมนะครับลูกเราได้เห็นแบบอย่างของความไม่มีเมตตา ไม่มีการให้อภัยของเราแล้ว

แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไรหากไม่ สามารถปลูกฝังสิ่งที่สังคมต้องการให้ลูกของเราได้? สังคมจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยการที่ทุกคนเคารพและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ศีลธรรมคุณธรรม ประเพณี ตลอดจนปทัสถานที่สังคมช่วยกันตั้งขึ้น ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองทำแบบนี้ดูครับ

ผมมีความเห็นว่าที่จริงแล้วพ่อแม่ ทุกคนในวันนี้ก็ยังอบรมบ่มนิสัยลูกกันอยู่ ไม่ได้แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ของเราหรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่วิธีการที่เราใช้อยู่มันเริ่มไม่ได้ผลต่างหากครับ
สังคมไทยอบรมบ่มนิสัยลูกหลานด้วย วิธี ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ มาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วและทุกวันนี้เรายังคงใช้วิธีการนี้กันอยู่ แต่เราต้องไม่ลืมด้วยว่าปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อสังคมเปลี่ยนวิธีการที่เคยใช้ได้ผลก็เปลี่ยนไปด้วย ความรู้ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราเกิดความเข้าใจว่าการปลูกฝังนิสัยที่เหมาะสมให้ กับบุตรหลานหรือภาษาทางวิชาการเขาใช้คำว่า ‘กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม’ หรือ ‘socialization’ ด้วยการสั่งและสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ผล เพราะพฤติกรรมทางสังคมและนิสัยใจคอของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องของทักษะ ซึ่งการปลูกฝังทักษะจะต้องมีแบบอย่างให้ผู้ถูกสอนเห็นและจะต้องมีแบบฝึกหัด ให้เขาได้ลงมือปฏิบัติฝึกฝน

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าหากการ ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ ไม่ได้ผลแล้วทำไมผู้ใหญ่อย่างเราๆ ซึ่งก็ผ่านกระบวนการแบบนี้มาทั้งนั้นจึงยังสามารถเป็นคนดีของสังคม ยังทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้อยู่
หากวิเคราะห์ตามทฤษฎีเซลล์ กระจกเงาซึ่งเป็นการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ผมเคยเล่าให้ฟังใน ‘รักลูก’ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าที่เราเป็นคนดีได้เช่นทุกวันนี้ไม่ใช่การ ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ ของพ่อแม่ของเราหรอกครับ แต่เราดีได้เพราะ ‘แบบอย่างดีๆ’ ที่เราเห็นได้จากการปฏิบัติของพ่อแม่และปู่ย่าตายายต่างหาก
เมื่อตอนเป็นเด็กเราอยู่กับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และญาติพี่น้อง เราได้เห็นการปฏิบัติของพวกท่านอยู่ทุกวัน ยายให้เราช่วยหิ้วปิ่นโตไปวัด แม่ให้เราเอาแกงไปส่งป้าข้างบ้าน เมื่อถึงเทศกาลญาติๆก็กลับมากราบญาติผู้ใหญ่ของเรา หรือพ่อแม่ของเราก็พาไปกราบญาติผู้ใหญ่ เราได้เห็นได้ปฏิบัติสิ่งเหล่านี้วันแล้ววันเล่า แบบอย่างอื่นๆ ที่ไม่ดีก็มีให้เราเห็นน้อย
เราไม่เคยเห็นนักการเมืองออกมาด่าทอปะทะคารมกัน เราไม่เคยได้เห็นดาราออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องฟรีเซ็กซ์เป็นเสรีภาพส่วน บุคคล เราไม่เคยต้องเผชิญกับการโฆษณาสินค้าแบบบ้าเลือดโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมอย่าง เช่นทุกวันนี้ เราได้พบแต่แบบอย่างที่ดีโดยไม่มีแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมมาเจือปน อันนี้ต่างหากที่ทำให้เราเป็นคนดีได้ ไม่ใช่เพราะ ‘การสอนสั่ง’ ของพ่อแม่เรา

 

บอกตนเอง เตือนตนเองอยู่เสมอว่าเด็กเลียนแบบทุกอย่างที่เราปฏิบัติ อย่าเผลอทำแบบอย่างที่ไม่ดีให้ลูกเห็น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
จะสอนอะไรลูก เราก็ต้องทำแบบนั้นเสมอ อย่าสอนด้วยคำพูดเพราะมันไม่ได้ผล
กันลูกของเราออกจากแบบอย่างที่ไม่ดี รายการโทรทัศน์ห่วยๆ เกมที่รุนแรง ภาพยนตร์ลามก เอาออกให้ห่างจากลูกเรา
ให้ลูกได้ฝึกฝนทำในสิ่งที่ดีอยู่เสมอ คอยให้กำลังใจเขา สนับสนุนเขา เพราะมันจะทำให้เขาเข้าใจและเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม ได้ดีกว่า

ธรรมชาติของคุณธรรมจะเริ่มจากสิ่งง่ายๆ แล้วพัฒนาไปสู่ความซับซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ จากขั้นเริ่มต้นก้าวไปสู่ขั้นยอมรับว่ามันคือคุณค่าของชีวิต แต่การที่จะช่วยให้มันเกิดขึ้นและพัฒนาต่อไปในตัวตนของมนุษย์นั้นจำเป็นจะ ต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ในอดีตและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆบอกเราว่าการสอนด้วยแบบ อย่างคือสิ่งที่ได้ผลที่สุด

ไข้หวัดมาเยือนเมื่อตั้งครรภ์

ไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงต่อแม่ตั้งครรภ์มากน้อยเพียงใด และสามารถนำไปสู่โรคร้ายแรงใดได้บ้าง
“ความรุนแรงของโรคไข้หวัดใหญ่ขึ้นอยู่กับภูมิต้านทานของแต่ละคน ซึ่งคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ตลอดจนคนที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคไต เบาหวาน และมะเร็ง กลุ่มนี้หากพบการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ จะมีความเสี่ยงสูงเพิ่มขึ้นที่จะเกิด พบอาการแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ และอาการติดเชื้อในหูชั้นในตามมาได้ปอดอักเสบ หรือปอดบวม เป็นอาการที่ต่อเนื่องมาจากโรคไข้หวัดใหญ่ ที่เกิดจากการเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสที่ร่างกายได้รับเข้าผ่านทางระบบ ทางเดินหายใจส่วนกลาง โดยระดับความรุนแรงของโรคจะแตกต่างกันออกไป
…ในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ โอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนจากปอดอักเสบสูงมาก เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเฉพาะผู้สูงอายุเป็นโรคนี้เสียชีวิตสูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเหตุผลให้โรคปอดอักเสบในผู้สูงอายุน่ากลัวกว่าปอดอักเสบในคนทั่วไป ซึ่งอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้การรักษาเป็นไปอย่างยากลำบาก
…โดยปอดอักเสบมีระยะเวลาดำเนินโรคในช่วง 3 – 4 วัน หลังจากเริ่มป่วยเป็นไข้หวัด ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก คลื่นไส้อาเจียน อ่อนเพลีย และมีไข้สูงตลอดเวลา อาการเหล่านี้เป็นอาการที่แสดงให้เห็นว่าไม่ได้เป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่มีอาการปอดอักเสบร่วมด้วย
…หากพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าปวดอักเสบ แพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยด้วยการตรวจเอ๊กซเรย์ปอดและตรวจเลือด รวมถึงนำเสมหะของคนไข้ไปตรวจเพาะเชื้อ เพื่อหาสาเหตุว่าเป็นโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อชนิดไหน ซึ่งผลตรวจที่ได้จะนำไปสู่แนวทางการรักษาที่ถูกต้อง”
สังเกตอย่างไรถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ และการรักษาควรทำอย่างไร
“อาการทั่วไปของผู้ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามตัว ไอแห้ง เจ็บคอ และมีน้ำมูก แต่ในผู้สูงอายุอาการจะแตกต่างออกไป เช่น มีภาวะซึมลง ทานข้าวไม่ได้ สับสน ทั้งหมดนี้เป็นอาการนำของโรคไข้หวัดใหญ่ได้เช่นกัน อีกทั้งอาการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงอายุมักมีความรุนแรงมากกว่าคน ปกติ และอาจพบอาการแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
…วิธีการรักษาไข้หวัดใหญ่ที่ได้ผล คนไข้ควรได้รับยาต้านไวรัส ภายใน 48 ชั่วโมง หลังจากมีอาการไข้  ซึ่งจะช่วยลดความรุนแรงของโรค นอกเหนือจากนั้นจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่น รับประทานยาแก้ไข้ ยาแก้ไอ และพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น
…ในขณะที่ โรคปอดอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย รักษาได้โดยให้ยาฆ่าเชื้อในรูปแบบยากินและยาฉีด โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาจากระดับความรุนแรงของโรค โดยทั่วไปหลังจากได้รับยาฆ่าเชื้อ อาการจะดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ส่วนโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีความรุนแรงน้อยกว่าการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งการรักษาจะพิจารณาตามอาการ เน้นให้คนไข้ดูแลตัวเอง พักผ่อนให้เพียงพอ”
ในแม่ตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่ จะมีผลกระทบต่อสุขภาพหรือไม่ แนะนำทีค่ะ
“โรคไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนเป็นประจำทุกปี เพราะในแต่ละปีเชื้อโรคมีการเปลี่ยนแปลง และพบการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดเชื้อตัวใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในแต่ละปีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับเชื้อที่ ระบาดในช่วงเวลานั้น โดยหลักแล้วจะครอบคลุม 3สายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ที่พบ
…วัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพ นอกจากอาการบวมแดงเล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ส่วนอาการไข้หลังฉีดวัคซีนที่หลายคนกังวลนั้น พบได้น้อยมาก เนื่องจากวัคซีนช่วยในเรื่องการป้องกัน แม้วัคซีนจะไม่สามารถป้องกันโรคหวัดได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ในกรณีที่ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใกล้เคียง แต่จะช่วยบรรเทาอาการของโรค ไม่ให้เป็นอันตรายถึงชีวิต หรือช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามมาได้”
…อย่างไรก็ดี วิธีการง่ายๆ ในการดูแลตัวเองไม่ให้เป็นไข้หวัดและโรคปอดอักเสบ คือพักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดหรือสัมผัสกับผู้ป่วยเป็นไข้หวัดหรือเริ่มมี อาการไข้หวัด ควรล้างมือสม่ำเสมอเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคปอดอักเสบได้อีกทางหนึ่ง
…แต่ถ้าเริ่มมีอาการไข้สูง หายใจเหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน กินอาหารไม่ได้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรักษาโดยเร่งด่วน เพราะการซื้อยาลดไข้มากินเองสำหรับคนปกตินั้น ร่างกายอาจหายจากไข้หวัดเองได้ แต่ในกรณีของผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัว การปล่อยให้เชื้อไข้หวัดใหญ่อยู่ในร่างกายเป็นเวลานาน สามารถเพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อน อีกทั้งเพิ่มระดับความรุนแรงของโรคให้มากขึ้น

พ่อเลี้ยงลูก

“ในทางที่เขาควรจะไป” คือการดำเนินการฝึกอบรมให้เป็นไปตามบุคลิกที่ไม่ซ้ำ, ของขวัญ, และแรงบันดาลใจของเด็ก ความคิดที่นี่คือการจัดให้มีทรัพยากรและเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำหรับของขวัญของบุตรของท่านทักษะและความสามารถตามธรรมชาติ เราต้องศึกษาเด็กของเราและรู้ว่าเพียงแค่สิ่งที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อนของพวกเขา

สนทนาคือการช่วยให้เด็กหลีกเลี่ยงสิ่งที่ธรรมชาติมีแนวโน้มที่เธออาจจะมีที่จะป้องกันไม่ให้มุ่งมั่นรวมถึงพระเจ้า ตัวอย่างเช่น: จะอ่อนแอขาดระเบียบวินัยความอ่อนแอต่อภาวะซึมเศร้า ฯลฯ … รู้ที่เด็ก ๆ ของเรามีแนวโน้มที่จะอ่อนแอจะช่วยให้เราเพื่อช่วยให้พวกเขาหลีกเลี่ยงหลุมพรางของการขาดยากจนตัดสินใจของตัวละครยังไม่บรรลุนิติภาวะและอื่น ๆ นี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทราบจุดแข็งและของขวัญของพวกเขาและอำนวยความสะดวกผู้ที่

สัญญาคือการพัฒนาที่เหมาะสมกับการเลี้ยงดูที่ดีเพื่อให้แน่ใจเด็กจะอยู่มุ่งมั่นกับคนของพระเจ้าและความรัก … สองพื้นฐานของบัญญัติ 10 เราอาจจะอยู่ขยันมุ่งเน้นและความตั้งใจในบทบาทที่สำคัญนี้!
เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพของ Legacy: เกรซ เราจะใช้อำนาจของเราได้อย่างไร

เมื่อฉันพูดคุยเกี่ยวกับว่าการที่ผมคิดว่าวิธีการที่พระเจ้าพระบิดาข้อตกลงกับฉัน แล้วฉันตระหนักความเมตตาความอดทนของเขาและความรักและดูว่าฉันตกสั้นที่ผมจัดการกับคนอื่น ๆ

นี้เป็นแนวคิดที่ดี, สัญญา, หลักการและโปรโตคอลสำหรับพ่อ “การฝึกอบรมขึ้น” มีความคิดของผู้ปกครองเกล้าฯลงทุนในสิ่งที่เด็กภูมิปัญญา, ความรัก, เกลือแร่, และวินัยเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเขาที่จะกลายเป็นความมุ่งมั่นที่มีต่อพระเจ้า มันเหวุฒิภาวะทางอารมณ์และจิตวิญญาณของผู้ปกครอง

พระเจ้าไม่ได้ใช้ไม้ที่จะชนะเราเมื่อเราทำผิดพลาดเพื่อให้เรามีเหตุผลที่เป็นพ่ออย่างรวดเร็วเพื่อนำไปใช้ติดโทษให้กับผู้ที่อยู่รอบตัวเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ ของเรา? มันโอเคที่จะโกรธและมันโอเคที่จะไม่ชอบความอยุติธรรมไม่เชื่อฟัง, ยังไม่บรรลุนิติภาวะและบางส่วนของเด็กสิ่งที่น่าสนใจในตัวตลกของพวกเขาเห็นแก่ตัว

แต่ช่วยให้คุณและฉันว่าขวาเมื่อเราเหนื่อยและผิดหวังที่จะเจียดกฎหมายในจิตวิญญาณของความโกรธ? พระเจ้าของเราไม่เคยถ่ายแบบของอัตตาที่ เขาทำทุกอย่างอยู่ในความรักรวมทั้งการแก้ไข, การลงโทษ, การเรียนการสอนและให้กำลังใจ

คุณและฉันเป็นผู้ชายต้องมีอำนาจอีกครั้งเรียนรู้ เราจำเป็นต้องได้รับการติดขึ้นในรูปแบบระเบียบวินัยและการเล่นหนักซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาดังนั้นในสังคมของเรา เราต้องเรียนรู้อำนาจของพระเยซูในความรักความอดทนความเมตตาความอ่อนโยนความดีและการควบคุมตนเอง

เราจำเป็นต้องเรียนรู้อีกหัวใจพ่อของพระเจ้าและวิธีการที่นำไปใช้กับการเป็นผู้นำและผู้มีอำนาจของเรามากกว่าที่สำหรับผู้ที่เรามีความรับผิดชอบ เราจะต้องมีความตั้งใจและที่เพิ่มขึ้นในการเรียนรู้รูปแบบนี้มันจะเปลี่ยนการเลี้ยงดูของเราและแน่นอนชีวิตของเรา ดังนั้นครั้งต่อไปที่คุณกำลังเผชิญกับข้อบกพร่องของใครบางคนหรือคุณเองสำหรับเรื่องที่ว่าเกิดอะไรขึ้นจะแตกต่างกันอย่างไร

เราได้รับการติดขึ้นในความเครียดและมีอำนาจของเราที่เรามักจะเริ่มต้นที่จะกลายเป็นดี disciplinarians เราได้รับอย่างหนักหมายถึงและแม้กระทั่งโหดร้ายมักจะกับคนที่เรารักมากที่สุด

นี้เป็นธรรมและใช้ไม่ถูกต้องของผู้มีอำนาจ เราจำเป็นต้องมีความกล้าหาญสนทนาและแม้กระทั่งเจียดผลได้ตามต้องการ แต่ถ้าเริ่มต้นของเราคือเผด็จการที่เราเคยพลาดในตัวอย่างของพระเยซู

ผู้มีอำนาจที่พระเยซู wielded สามารถเรียนรู้ได้นำไปประยุกต์ใช้และได้รับการอย่างอิสระ แต่เราต้องมีความตั้งใจ …. วิธีที่คุณจะมีวินัยที่ถูกต้องและส่งเสริมให้คนที่อยู่ภายใต้การอำนาจของคุณในครั้งต่อไป คุณจะเริ่มต้นในรูปแบบต่ำต้อยของการจัดการผู้มีอำนาจหรือคุณจะเมตตาตั้งใจและรูปแบบและให้กำลังใจของพระเยซูคริสต์? ครั้งต่อไปที่สิ่งที่จะแตกต่างกัน?

มันจะเป็นพระคุณหรือกฎหมาย? ซึ่งคุณได้รับมากขึ้น?

เกรซกับกฎหมายหมายความว่าเราแปลหัวใจของเขาให้กับผู้ที่อยู่รอบตัวเราในวิธีที่เราใช้คำอำนาจของเราและการกระทำ วิธีที่เราสามารถประสบความสำเร็จใช้อำนาจในทางที่เคร่งศาสนาที่แสดงให้เห็นหัวใจและความรักและความเมตตาของพระองค์?
คุณจะทำอย่างไรส่วนตัวเจียดแก้ไขและวินัย? ทำเครื่องหมายดังต่อไปนี้วิธีการของคุณ?
ความโกรธ•
แห้ว•
ความเครียด•
• Burnout
เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า•
cussing •และสาบาน
•ตะโกนและยกเสียงของคุณ
•หัก ณ ที่จ่ายความโปรดปรานของคุณในทางใดทางหนึ่ง
•การรักษาความเงียบ
•เปิดตัวออกมาในความโกรธ
•ความรุนแรงทางกายภาพ
•ความรุนแรงทางวาจา
วิธีการทำกระจกเหล่านี้หัวใจพ่อของพระเจ้า (ดูภาคผนวกข) และวิธีที่เขาได้รับการปฏิบัติคุณหรือไม่ พระเจ้าทำสิ่งใดข้างต้นเป็นเขามีโอกาสที่จะแก้ไขและตักเตือนคุณ ในการเดินของคุณกับพระเจ้าเขาได้เคยรับการรักษาคุณด้วยอะไร แต่ความเมตตาความรักในหัวใจของพ่อ? คำตอบก็คือพระเจ้าและแก้ไข chastens เราในรักอันยิ่งใหญ่และความอดทนและความเมตตา ส่งเสริมและการเรียนการสอนของเขาทำให้ผมนึกถึงวิญญาณที่ความเมตตาของพระเจ้าทำให้ผมเสียใจทุกครั้งที่ …