หัวอกของคนเป็นแม่

เงิน ติดตามลง คนที่ ควรจะ ซื้อ £ 520 มูลค่า ของ bitcoin จาก ฟิลลิป เขา บอกกับเราว่า . ” . คน hacked เข้า อีเบย์และ เพย์พาล บัญชี ของฉัน – ฉัน ไม่ได้ซื้อ อะไรจาก นาย ฟิลลิป ” เขา กล่าวว่า เงินที่ ออกไปจาก เขา บัญชี PayPal แต่ ได้จ่าย ต่อมา กลับ เขา เพิ่ม: . “ผม เป็นกังวล มากขึ้นกับ บัญชีเพย์พาล ของฉันฉัน คิดว่านี้คือ ที่ปลอดภัยที่สุด ในโลก แต่ เห็นได้ชัด ไม่ได้ .. ”

เดือนที่ผ่านมา อีเบย์ สหราชอาณาจักร แขน ห้าม ขาย ของ bitcoin และสกุลเงิน เสมือนอื่น ๆ จากการประมูล ของ และ ” ซื้อตอนนี้ ” รูปแบบ . เป็นผลให้ ผู้คนสามารถ ขายเฉพาะ ผ่าน การโฆษณา ของ

PayPal ได้อย่างชัดเจน ไม่ได้ กระตือรือร้นใน คำว่า ” แฮ็ค ” ซึ่ง เชื่อว่า แสดงให้เห็นว่า มีคน บุกเข้าไปใน ระบบ ของ. แต่จะ พูดถึง เกี่ยวกับบัญชี ที่ถูก ” นำ โดยบุคคลที่สาม ” บางทีอาจจะ เป็นผลมาจาก ใครบางคนที่ ตกเป็นเหยื่อ ล้มไป ฟิชชิ่ง อีเมล์ – แม้ว่า คนส่วนใหญ่ อาจจะ มองว่า เป็น ที่ สวยมาก ความหมายพจนานุกรม ของ แฮ็ค

โฆษก PayPal บอกเรา ว่าเขาไม่สามารถ แสดงความคิดเห็นใน แต่ละกรณี แต่ กล่าวว่า ” . การทำธุรกรรม Bitcoin จะไม่ได้ รับการคุ้มครองโดย โปรแกรมป้องกัน ผู้ขาย ของเราเพราะ พวกเขาจะถูก มองว่าเป็น สินค้าที่ จับต้องไม่ได้ ” เขา กล่าวเสริมว่า ” ระบบ PayPal ยังไม่ได้ ถูกแฮ็ก แต่เรา เสมอ ตรวจสอบ กรณีที่ บัญชีของลูกค้าอาจจะถูก นำมาจาก บุคคลที่สามที่ เราจะใช้ การรักษาความปลอดภัย อย่างไม่น่าเชื่อ อย่างจริงจัง – .. มัน เป็น ความสำคัญสูงสุด ของเรา ”

สกุล เงินเสมือน (AKA ” cryptocurrency “) สามารถซื้อได้ จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ ใช้เงิน แบบเดิมแล้วย้ายไป ดิจิตอล ” กระเป๋าสตางค์ ” ส่วนบุคคล ของคุณแล้ว คุณสามารถใช้ “เงิน ” เพื่อ ชำระค่าสินค้าและ บริการ – . ส่วนใหญ่ ยาเสพติดและ สื่อลามก บาง เรียกร้อง – หรือแปลง มัน กลับเข้ามาใน ปอนด์ ดอลลาร์ หรือสิ่งที่” เหรียญ ” ไม่ ได้อยู่ ทางร่างกาย – . มันมีอยู่ เพียง แต่ เป็นไฟล์ คอมพิวเตอร์

ปี ที่ผ่านมา ฟิลิปส์ ,ลอนดอน ตาม ผลภาพ ศิลปิน ได้เห็น bitcoin ที่ เริ่มที่จะ กลายเป็น ปรากฏการณ์. “ราคา ถูก ที่เพิ่มขึ้นและ เพิ่มขึ้นและ จำนวนมาก ของ บทความที่ถูก เขียน . ฉันไม่ต้องการ ที่จะพลาด ออก ดังนั้นผมจึงเริ่ม ซื้อ ไม่กี่. แล้ว ผมเริ่ม การซื้อขาย ด้วย cryptocurrencies ขนาดเล็กและ มีความสำเร็จ บาง . ” เมื่อมาถึงจุด หนึ่ง ที่เขาเป็นเจ้าของ 4.8 bitcoins ที่

พฤศจิกายน ค่า bitcoin ได้ เพิ่มสูงขึ้น ลดลง แล้วก็ ลุกขึ้นอีกครั้ง . ความกังวลเกี่ยวกับ ความผันผวน นี้ ฟิลลิป ตัดสินใจ ในขณะที่เขา ” ทำ ค่อนข้างดี ” ตอนนี้ เป็นเวลาที่จะ ขาย. ดังนั้นเขาจึง อยู่ Bitcoins ของเขา บนอีเบย์ และมี ปัญหาใด ๆ การหา ผู้ซื้อ . ชายคนหนึ่งใน Hounslow, Middlesexซื้อ ครึ่ง เหรียญ เพื่อ £ 520. ฟิลลิป รอจนกว่า เงินที่ อยู่ใน บัญชี ของเขาแล้ว ส่ง เงินไปยังที่อยู่ ที่ให้ไว้ ในกระเป๋าสตางค์ . ชั่วโมงต่อมา ชายคนนั้น กลับ การชำระเงิน

แต่ วิธี การทำงาน bitcoinหมายความว่า ในขณะที่คุณ ไม่สามารถมองเห็น คนที่เป็นเจ้าของ กระเป๋าสตางค์ที่ทุกคนสามารถ ดู bitcoin ทำธุรกรรม ผ่านทางเว็บไซต์ เช่น Blockchain.info – ดังนั้นจึง เป็นเรื่องง่าย ที่จะสร้าง bitcoins ที่ เขา ได้เข้าไปใน กระเป๋าสตางค์ ของชายคนนั้น

มัน เป็น เรื่องที่คล้ายกัน กับผู้ซื้อ อีเบย์ อื่น ๆ ในคืนนั้น . หนึ่ง ซื้อสอง bitcoins ที่ ( 4 x 0.5 ) มานานกว่า £ 2000 . ฟิลลิป ได้รับการ ยืนยัน จากความจริงที่ เธอมีคะแนน อีเบย์ ดี. ทันทีที่ เงินตี บัญชี ของเขา bitcoins ที่ โอนไปยังที่อยู่ ในกระเป๋าสตางค์และเธอ ส่ง กลับ บอกว่าเธอ จะมีความสนใจ ใน การซื้อมากขึ้น

แต่ ในตอนเช้า เงินทั้งหมด ที่ได้จาก เธอใน บัญชี ของเขาได้ รับการใส่ ” ไว้ ” . PayPal เขาก็ บอกว่า สงสัยว่า บัญชีของเธอ ได้ ถูกแฮ็ก . มันบอกว่า มันจำเป็นต้อง ทราบข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับผู้หญิงก่อนที่มันจะ ปล่อย เงิน และ ฟิลลิป แนะ ส่ง เธอไป เร็วขึ้น ส่ง Ping ไป เธอ กลับ ตอบสนอง สองคำแหลมคม . ” เพศสัมพันธ์ ออก ”

จาก จุดนี้ ฟิลิปส์ ได้รับการ ” ตื่นตระหนก บิต- บางอย่างผิดปกติ มากและผม รู้ว่าผม อาจจะสูญเสีย Bitcoins และเงินของฉัน ” เขาบอก ผู้ปกครอง เงิน : ” คนเหล่านี้ ได้อย่างรวดเร็ว มี เงินของพวกเขา คืนเงิน โดย PayPal และ ฉันได้สูญเสีย ทั้งหมด ของผม .. ทั้ง อีเบย์ และ เพย์พาล ได้ ให้ฉันกับ การเรียงลำดับของ คำอธิบาย หรือแม้กระทั่งการ ผ่อนผัน ใด ๆ แทนที่จะมุ่งไปที่ ไล่ ฉันสำหรับ เงิน ตอนนี้ผม เป็นหนี้ พวกเขา. ”

หลัง จากที่ ทำผลงาน นักสืบ บางอย่าง ที่เขาเชื่อว่า ทั้งหมดเป็น ผู้ซื้อ bitcoin กระทำของผู้โจมตี ที่ เจาะ เข้าบัญชี ถูกต้องตามกฎหมาย และ ว่าทุกธุรกรรม ปลอม ทำกับ เขาในคืน ที่สามารถเชื่อมโยง . “มัน ดูเหมือนว่ามัน เป็นเพียง คนคนหนึ่ง หรือกลุ่ม หนึ่ง ” เขา กล่าว ว่าการเพิ่ม : “ฉัน ไม่ต้องการ ความเห็นอกเห็นใจ หรือเรื่องราว ร้องไห้แต่ ความรับผิดชอบ บางส่วนจาก PayPal และ ยังสำหรับการ นี้ จะทำหน้าที่เป็น คำเตือนให้กับผู้อื่น เพียง การตอบสนอง ของ PayPal ก็คือการที่ พวกเขาไม่ได้ ครอบคลุมถึง การขายสินค้า ดิจิตอล เนื่องจากพวกเขา ไม่สามารถพิสูจน์ได้ สินค้า ที่ถูกส่ง / ส่ง . ฉันสามารถพิสูจน์ เรื่องนี้ ได้บอก พวกเขาและ พวกเขา ได้ส่ง หลักฐานแต่พวกเขา จะไม่ยอมรับ มัน. ”

เขา เสริม : “ทำไม ฉันควรจะ รับผิดชอบ สำหรับบัญชี อีเบย์และ เพย์พาล ถูก hacked การ ฉ้อฉล ซื้อจากผม ภายใต้ ข้อกำหนดและเงื่อนไข ของพวกเขา ผมไม่ได้ นำเสนอ การป้องกัน ผู้ขาย ใด ๆ – ผม ไม่ทราบ นี้ได้ตลอดเวลา- แต่ เป็นผู้บริโภค แน่นอน ? ฉัน ต้องมีสิทธิ์ บาง ”

ฟิลลิป กล่าวว่า นอกจากนี้เขายัง ได้รับการบอก ผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้บริการ ทางการเงิน จะไม่สามารถ ที่จะช่วย ในขณะที่ตำรวจ” ดูเหมือนจะไม่ สนใจ “

เลือกนมให้เหมาะกับวัย

นมเปรี้ยวในบ้านเรามี 2 ชนิด คือนมเปรี้ยวแท้ๆ กับนมเปรี้ยวเทียม นมเปรี้ยวแท้ๆ คือเอานมวัวมาใส่เชื้อจุลินทรีย์ที่คนคิดว่าเป็นประโยชน์ก็คือ แล็คโตบาซิลลัส ตัวจุลินทรีย์นี้จะไปย่อยน้ำตาลแล็คโตสที่มีอยู่ในนมให้เป็นกรดแล็คติค นมจึงมีรสเปรี้ยว เพราะฉะนั้นสารอาหารในนมเปรี้ยวจะมีเท่ากับนมปกติที่เอามาทำในตอนแรกเพียง แต่เพิ่มตัวแล็คโตบาซิลลัสเข้าไปเท่านั้นเอง ด้วยกรรมวิธีการทำแบบนี้นมเปรี้ยวจึงเหมาะกับเด็กที่ดื่มนมปกติที่มีน้ำตาล แล็คโตสไม่ได้ และเด็กที่ท้องเสียเรื้อรัง รวมถึงคนที่กินยาปฎิชีวนะบ่อยๆ นมเปรี้ยวแท้ก็จะทำมาจากนมวัวสด จะเหมาะกับเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป

ส่วน นมเปรี้ยวเทียมซึ่งไม่ได้ใส่แล็คโตบาซิลลัสเข้าไป แต่ใส่หัวเชื้อที่มีรสเปรี้ยวเข้าไปแทน เช่น กรดรสส้ม กรดรสมะนาว นมเปรี้ยวเทียมชนิดนี้จึงไม่เหมาะกับเด็กที่ มีอาการท้องเสียเพราะย่อยน้ำตาล็แล็คโตสไม่ได้ ถ้าเราลองไปศึกษาดูที่ข้างกล่องจริงๆ เราจะเห็นว่านมเปรี้ยวไม่แท้นั้นมีเนื้อนมแค่ 20-70% เท่านั้นเอง ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเรากินเพียงน้ำหรือรสเปรี้ยวๆเข้าไปเท่านั้น

โดย อาการแพ้นมวัวของเด็กๆ ส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าแพ้ คุณพ่อคุณแม่เองก็ไม่รู้ ส่วนมากมักเป็นโปรตีนบางส่วน ทำให้เกิดอาการได้ทั้งระบบทางเดินอาหาร หรือคล้ายกับลักษณะอาการป่วยทั่วๆ ไป เช่น เป็นหวัดเรื้อรัง อาเจียน ท้องเสีย ถ่ายเหลว มีผื่นหรือลมพิษขึ้นตามร่างกาย ผื่นคันที่หน้า สองข้ามแก้ม ตามข้อพับ บางรายเป็นเอคซีมา ECZEMA และเป็นๆ หายๆ ซึ่งบางทีคุณพ่อคุณแม่เด็กก็ไม่ได้เอะใจหรือสงสัย บางทีพาไปหาหมอก็จะถูกรักษาตามอาการ เพราะฉะนั้นจึงมีเด็กไม่ถึง 20% ที่ถูกวินิจฉัยแล้วรู้ว่าแพ้นมวัว

ให้แคลเซียม สร้างกระดูก เด็กๆต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างกระดูกให้หนาและแข็งแรง โดยควรได้รับนมวันละไม่ต่ำกว่าเศษสามส่วนแปดออนซ์ ร่างกายจึงจะได้แคลเซียมพอเพียงต่อการสร้างกระดูก
ให้วิตามินดี ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายนำแคลเซียมไปใช้สร้างกระดูกได้ดีขึ้น ซึ่งทำให้แน่ใจได้ว่ากระดูกของลูกถูกสร้างขึ้นอย่างถูกต้องตามกระบวนการของธรรมชาติในร่างกาย
ให้วิตามินบี 2 ช่วยดึงพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน และในอาหารที่เด็กๆ กิน สำหรับเด็กวัย 1-3 ขวบ นมหนึ่งแก้วซึ่งให้วิตามินบี 2 ประมาณครึ่งแก้ว จะพอเพียงต่อความต้องการวิตามินบี 2 ของร่างกายในแต่ละวัน ส่วนเด็กวัย 4 ขวบขึ้นไปก็ต้องการวิตามินบี 2 ในแต่ละวันเพียงเศษหนึ่งส่วนสามจากนมหนึ่งแก้ว
ให้โปรตีน ปริมาณนมหนึ่งแก้วจะให้โปรตีนประมาณครึ่งแก้ว ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการโปรตีนของเด็กวัย 1-3 ปีในแต่ละวัน ส่วนเด็กวัย 3 ขวบขึ้นถึง 10 ขวบ ร่างกายก็ต้องการโปรตีนจากนมเพียงวันละเศษหนึ่งส่วนสามแก้วจากการดื่มนมหนึ่งแก้ว เด็กที่ไม่กินเนื้อก็สามารถได้โปรตีนอย่างเพียงพอในแต่ละวันจากการดื่มนมในปริมาณดังกล่าว รวมทั้งเด็กที่อยู่ระหว่างการลดน้ำหนักด้วย

ผลิตภัณฑ์นมสำหรับเด็กวัย 1-3 ปี
นมผง
นมแม่กับนมวัวมีความแตกต่างกัน นมวัวจะมีโปรตีนสูงเกือบ 3 เท่าของนมแม่ซึ่งถือว่ามากเกินไปสำหรับความต้องการของเด็กทารก สำหรับนมผสมที่ใช้เลี้ยงทารก (INFANT FORMULA) ในปัจจุบันพยายามดัดแปลงให้คล้ายนมแม่มากที่สุด เช่นปรับเปลี่ยนปริมาณและคุณสมบัติของโปรตีนให้ใกล้เคียงกับนมแม่ และดัดแปลงไขมันโดยเอาไขมันในนมวัวบางส่วนออกไป แล้วผสมน้ำมันพืชบางชนิดเข้าไปแทนเพื่อให้สัดส่วนของไขมันคล้ายกันกับนมแม่ที่สุด

นมผงบางยี่ห้อเติมสารทอรีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเข้าไป เพราะเห็นประโยชน์ที่ว่าสารนี้มีส่วนช่วยพัฒนาจอตา (RETINA) และสมองให้กับเด็ก แต่จริงๆแล้วในนมแม่เองมีทอรีนอยู่แล้ว นอกจากนี้นมผงบางยี่ห้อได้เติมเบต้าแคโรทีนเข้าไป เพราะเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ป้องกันโรคหัวใจ และมะเร็ง ฯลฯ แต่ในนมแม่เองก็มีเบต้าแคโรทีนอยู่แล้ว นมผงบางยี่ห้อเขาเริ่มเติมสารนิวคลีโอไทด์ ซึ่งอาจมีส่วนเสริมสร้างภูมิต้านทานแก่ร่างกาย หรือดีเอชเอ ซึ่งมีส่วนช่วยพัฒนาการของสมองและความฉลาดเข้าไปอีกด้วย

ส่วนนมผงดัดแปลงสำหรับทารกนั้นเมื่อลูกอายุ 1 ปีขึ้นไป คงต้องให้รับประทานนมสูตร 2 ที่เขียนข้างกระป๋องว่าใช้สำหรับทารกและเด็กอายุ 6 เดือนถึง 3 ปี
ซึ่งคุณแม่สามารถให้กินร่วมไปกับนมกล่อง UHT ได้

เมื่อเป็นมากแพทย์ก็เปลี่ยนชนิดนม เช่น ให้นมถั่วเหลือง หรือนมวัวชนิดพิเศษสำหรับเด็กภูมิแพ้ จะมีการปรับดัดแปลงสารอาหารให้ย่อยง่ายขึ้น จนอาการภูมิแพ้ทุเลา ส่วนมากก็อายุ 1 ถึง 1 ปีครึ่งพออาการดี ร่างกายแข็งแรงก็สามารถกลับมาดื่มนมวัวได้ และหากคุณพ่อคุณแม่เลือกนมถั่วเหลืองมีก็ควรนำนมไปปรึกษากุมารแพทย์ที่ดูแลลูกประจำอยู่ เพื่อพิจารณาคุณค่าอาหาร ซึ่งเด็กที่อายุเกิน 1 ปี แล้วต้องกินข้าว 3 มื้อและอาหารอื่นด้วย จะต้องประเมินว่าเติบโตดีไหม มีการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงนำมาเทียบ กับมาตรฐานของเด็กปกติ ซึ่งสามารถขอข้อมูลและปรึกษาได้จากกุมารแพทย์

การสอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคม

พ่อแม่หลายคนบอกว่าทุกวันนี้ก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกอยู่แล้ว แต่ทำไมลูกถึงยังออกนอกลู่นอกทาง?

ผมมีความเห็นในเรื่องนี้ 2 ประการครับ
ประการแรก คือ น้ำหนักมันไม่พอ จากรายงานการวิจัยของ ‘ศูนย์วิจัยรักลูกกรุ๊ป’ เราพบว่าพ่อแม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลร้อยละ 40 ยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกอยู่ แต่ความถี่และน้ำหนักของมันสู้กับแบบอย่างที่ไม่ดีที่มีอยู่ในสังคมและใน เรื่องรอบๆ ตัวเราไม่ได้ ลูกของเราได้สัมผัสกับพ่อแม่วันละไม่กี่ชั่วโมง แต่สัมผัสกับโทรทัศน์หรืออินเตอร์เน็ตวันละไม่น้อยกว่า 3-4 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นแม้เราจะเป็นแบบอย่างที่ดีแต่ก็ไม่มีความหมายอะไร
ประการที่สอง ผมคิดว่าเราเผลอกันบ่อยครั้ง บางเรื่องแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่เราไม่ได้ใส่ใจ ปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายลูกก็ซึมซับเอาสิ่งที่เราทำไปเป็นแบบอย่างของเขา ยกตัวอย่างเช่น เวลาขับรถบางคนชอบสบถโดยลืมไปว่าลูกเราก็นั่งอยู่ด้วย หรือไม่ยอมให้ทางรถคันอื่นเพราะเขามาแบบผิดกฎจราจรแล้วเราเป็นฝ่ายถูก เราอาจจะบอกตนเองว่าเราสอนให้ลูกเคารพกฎกติกา แต่อย่าลืมนะครับลูกเราได้เห็นแบบอย่างของความไม่มีเมตตา ไม่มีการให้อภัยของเราแล้ว

แล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไรหากไม่ สามารถปลูกฝังสิ่งที่สังคมต้องการให้ลูกของเราได้? สังคมจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยการที่ทุกคนเคารพและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ศีลธรรมคุณธรรม ประเพณี ตลอดจนปทัสถานที่สังคมช่วยกันตั้งขึ้น ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองทำแบบนี้ดูครับ

ผมมีความเห็นว่าที่จริงแล้วพ่อแม่ ทุกคนในวันนี้ก็ยังอบรมบ่มนิสัยลูกกันอยู่ ไม่ได้แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ของเราหรอก แต่ปัญหามันอยู่ที่วิธีการที่เราใช้อยู่มันเริ่มไม่ได้ผลต่างหากครับ
สังคมไทยอบรมบ่มนิสัยลูกหลานด้วย วิธี ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ มาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้วและทุกวันนี้เรายังคงใช้วิธีการนี้กันอยู่ แต่เราต้องไม่ลืมด้วยว่าปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อสังคมเปลี่ยนวิธีการที่เคยใช้ได้ผลก็เปลี่ยนไปด้วย ความรู้ใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ทำให้เราเกิดความเข้าใจว่าการปลูกฝังนิสัยที่เหมาะสมให้ กับบุตรหลานหรือภาษาทางวิชาการเขาใช้คำว่า ‘กระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม’ หรือ ‘socialization’ ด้วยการสั่งและสอนด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ผล เพราะพฤติกรรมทางสังคมและนิสัยใจคอของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องของทักษะ ซึ่งการปลูกฝังทักษะจะต้องมีแบบอย่างให้ผู้ถูกสอนเห็นและจะต้องมีแบบฝึกหัด ให้เขาได้ลงมือปฏิบัติฝึกฝน

หลายคนอาจตั้งคำถามว่าหากการ ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ ไม่ได้ผลแล้วทำไมผู้ใหญ่อย่างเราๆ ซึ่งก็ผ่านกระบวนการแบบนี้มาทั้งนั้นจึงยังสามารถเป็นคนดีของสังคม ยังทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติได้อยู่
หากวิเคราะห์ตามทฤษฎีเซลล์ กระจกเงาซึ่งเป็นการค้นพบใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ผมเคยเล่าให้ฟังใน ‘รักลูก’ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมคิดว่าที่เราเป็นคนดีได้เช่นทุกวันนี้ไม่ใช่การ ‘สั่ง’ และ ‘สอนด้วยคำพูด’ ของพ่อแม่ของเราหรอกครับ แต่เราดีได้เพราะ ‘แบบอย่างดีๆ’ ที่เราเห็นได้จากการปฏิบัติของพ่อแม่และปู่ย่าตายายต่างหาก
เมื่อตอนเป็นเด็กเราอยู่กับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และญาติพี่น้อง เราได้เห็นการปฏิบัติของพวกท่านอยู่ทุกวัน ยายให้เราช่วยหิ้วปิ่นโตไปวัด แม่ให้เราเอาแกงไปส่งป้าข้างบ้าน เมื่อถึงเทศกาลญาติๆก็กลับมากราบญาติผู้ใหญ่ของเรา หรือพ่อแม่ของเราก็พาไปกราบญาติผู้ใหญ่ เราได้เห็นได้ปฏิบัติสิ่งเหล่านี้วันแล้ววันเล่า แบบอย่างอื่นๆ ที่ไม่ดีก็มีให้เราเห็นน้อย
เราไม่เคยเห็นนักการเมืองออกมาด่าทอปะทะคารมกัน เราไม่เคยได้เห็นดาราออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องฟรีเซ็กซ์เป็นเสรีภาพส่วน บุคคล เราไม่เคยต้องเผชิญกับการโฆษณาสินค้าแบบบ้าเลือดโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรมอย่าง เช่นทุกวันนี้ เราได้พบแต่แบบอย่างที่ดีโดยไม่มีแบบอย่างที่ไม่เหมาะสมมาเจือปน อันนี้ต่างหากที่ทำให้เราเป็นคนดีได้ ไม่ใช่เพราะ ‘การสอนสั่ง’ ของพ่อแม่เรา

 

บอกตนเอง เตือนตนเองอยู่เสมอว่าเด็กเลียนแบบทุกอย่างที่เราปฏิบัติ อย่าเผลอทำแบบอย่างที่ไม่ดีให้ลูกเห็น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
จะสอนอะไรลูก เราก็ต้องทำแบบนั้นเสมอ อย่าสอนด้วยคำพูดเพราะมันไม่ได้ผล
กันลูกของเราออกจากแบบอย่างที่ไม่ดี รายการโทรทัศน์ห่วยๆ เกมที่รุนแรง ภาพยนตร์ลามก เอาออกให้ห่างจากลูกเรา
ให้ลูกได้ฝึกฝนทำในสิ่งที่ดีอยู่เสมอ คอยให้กำลังใจเขา สนับสนุนเขา เพราะมันจะทำให้เขาเข้าใจและเข้าถึงสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม ได้ดีกว่า

ธรรมชาติของคุณธรรมจะเริ่มจากสิ่งง่ายๆ แล้วพัฒนาไปสู่ความซับซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆ จากขั้นเริ่มต้นก้าวไปสู่ขั้นยอมรับว่ามันคือคุณค่าของชีวิต แต่การที่จะช่วยให้มันเกิดขึ้นและพัฒนาต่อไปในตัวตนของมนุษย์นั้นจำเป็นจะ ต้องใช้กระบวนการที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ในอดีตและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆบอกเราว่าการสอนด้วยแบบ อย่างคือสิ่งที่ได้ผลที่สุด

ลูกไม่ยอมพูด

ทำไม๊..ทำไม ลูกไม่พูด
มีสาเหตุและปัจจัยแวดล้อมมากมายค่ะที่มีผลต่อการพูดช้า หรือไม่พูดของลูกน้อยที่ไม่เป็นไปตามพัฒนาการที่เหมาะสม เช่น
- เด็กที่พ่อแม่หรือพี่เลี้ยงปล่อยปละให้ลูกเล่นคนเดียว มีเวลาพูดคุยกับลูกน้อย เด็กจะพูดได้ช้ากว่าเด็กที่พ่อแม่เอาใจใส่พูดคุยกับลูกเป็นประจำ
- เด็กที่ร้องไห้มากหรือร้องเสียงดัง อาจทำให้เสียงแหบไม่มีเสียงพูดได้
- พูดไม่ได้เพราะผิดปกติด้านการได้ยิน เด็กบางคนมีความผิดปกติของการได้ยิน ซึ่งอาจส่งผลต่อการพูดของเด็กได้ค่ะ
- ถ้าลูกไม่ยอมพูด และลูกเคยมีอาการดังต่อไปนี้ ได้แก่ มีน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า 1,500 กรัม ป่วยเป็นโรค เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ตัวเหลืองมาก มีความพิการแต่กำเนิดของช่องหู ใบหน้า และลำคอ และมีคนในครอบครัวหูหนวก หรือเป็นใบ้ คุณแม่ควรพาลูกไปตรวจกับแพทย์ทันที
คุณแม่สามารถตรวจสอบด้วยตนเองง่ายๆ ค่ะว่าลูกของเรานั้นมีพัฒนาการการพูดช้าเกินไปไหม โดยสังเกตว่า
อายุ 6 เดือน ไม่ส่งเสียงอืออา ไม่หันหาเสียง ไม่ตกใจเวลาได้ยินเสียงดังๆ
อายุ 10 เดือน เรียกชื่อไม่หันหา
อายุ 15 เดือน ไม่เข้าใจคำสั่งห้าม ไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ เช่น บ๊ายบาย
อายุ 18 เดือน พูดคำที่มีพยางค์เดียวได้น้อยกว่า 5-6 คำ
อายุ 2 ขวบ พูดคำที่มีความหมาย 2 พยางค์ต่อกันไม่ได้ เช่น ไม่เที่ยว ไม่เอา หรือชี้ส่วนของร่างกายง่ายๆ ไม่ได้
การที่เด็กปกติจะพูดช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งก็คือการเลี้ยงดูของพ่อแม่นั่นเองค่ะ แต่ถ้าเมื่อถึงเกณฑ์กำหนดแล้วลูกยังไม่พูด คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยกระตุ้นให้ลูกพูดดังนี้ค่ะ
- พยายามจูงใจให้เด็กพูด ถ้าเด็กพยายามพูด แม้ในระยะแรกจะไม่ชัด ควรให้คำชมเชย และพูดคำที่ถูกต้องให้เด็กฟัง แต่ถ้ายังพูดไม่ได้คุณแม่ไม่ควรกังวลจนลงโทษเด็ก เพราะอาจทำให้ลูกยิ่งหวาดกลัวและไม่พูดมากขึ้น
- ขณะที่พูดกับเด็กต้องหันหน้าเข้าหาและสบตากับลูก เพื่อที่ลูกจะสามารถมองการเคลื่อนไหวและการขยับปากของแม่และสามารถพูดตามได้
- เวลาที่เด็กเริ่มคุยกับพ่อแม่ พ่อแม่ต้องให้ความสนใจ สังเกตท่าทาง และตั้งใจฟังสิ่งที่เด็กพยายามสื่อความหมาย
- เลือกคำสั้นๆ ง่ายๆ ก่อน พูดช้าๆ และชัดๆ บ่อยๆ อาจเริ่มจากสิ่งที่เด็กกำลังสนใจอยู่ เช่น แม่ พ่อ กิน ข้าว เป็นต้น
- เมื่อเด็กเริ่มพูดคำสั้นๆ ได้แล้ว ให้คุณแม่เสริมให้คำยาวขึ้น เช่น เมื่อเด็กพูดว่านก ให้พ่อแม่เสริมว่านกบิน นกร้อง ฯลฯ
การ ที่จะบอกว่าเด็กพูดช้า หรือมีปัญหาทางด้านการพูดหรือไม่นั้น ไม่ควรเสียเวลารอจนเกินอายุ 2 ขวบ แล้วจึงนำไปตรวจ เพราะถ้าสังเกตให้ดีเด็กอาจมีพฤติกรรมที่แสดงว่าอาจมีปัญหาในการพูดตั้งแต่ ขวบปีแรกแล้ว ถ้าหากทิ้งไว้นานๆ นอกจากจะแก้ไขได้ยากแล้ว เด็กอาจจะมีปัญหาทางด้านอารมณ์และจิตใจตามมาด้วยค่ะ เพราะการที่เด็กไม่สามารถจะติดต่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจได้ มักจะหงุดหงิด และอาจมีปัญหาในการเข้าสังคมต่อไปได้ด้วย

การดูแลลูกในช่วงท้องแรก

เด็ก“การดูแลตนเองช่วงสามเดือนแรก คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เหนื่อยง่าย ทานได้น้อย เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ควรพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารเท่าที่กินได้ อย่าฝืน อาหารที่กินแล้วอาเจียนก็ควรหลีกเลี่ยง งดอาหารรสจัด ชา กาแฟ และแอลกอฮอล์ และพบสูติแพทย์เพื่อฝากครรภ์ในเบื้องต้น ในช่วงนี้ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง เลือดออก แพ้ท้องมาก กินไม่ได้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ และรักษาโดยเร็ว
…พอเข้าสู่ไตรมาสที่สอง อายุครรภ์ 4 – 6 เดือน เป็นช่วงที่มีการตรวจหาความผิดปกติด้วยการทำอัลตร้าซาวด์ ตรวจเลือดหาภาวะเสี่ยงกลุ่มอาการดาวน์ เจาะน้ำคร่ำในกรณีที่มีความเสี่ยงต่อภาวะโครโมโซมผิดปกติ ช่วงนี้คุณแม่จะเริ่มทานอาหารได้มากขึ้น อาจมีอาการเจ็บๆ ตึงๆ บริเวณท้องน้อย และเริ่มรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์ได้ ควรได้รับการเสริมธาตุเหล็ก และวิตามินต่างๆ รวมถึงแคลเซียมด้วย ที่สำคัญ ควรควบคุมให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ คือ สองกิโลกรัมต่อเดือน การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งที่ดี เช่น ว่ายน้ำ เล่นโยคะ ทำท่ากายบริหารต่างๆ
…และเมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่สาม อายุครรภ์ 7 – 9 เดือน ถือว่าเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะเริ่มมีอาการอึดอัด แน่นท้อง ปวดเอว ปวดหลัง นอนไม่หลับ มือเท้าบวม แนะนำให้พักผ่อนมากเท่าที่ทำได้ ทานอาหารมีประโยชน์ ได้แก่ ไข่ นมจืด ผัก ผลไม้ไม่หวานมาก รวมถึงถั่วชนิดต่างๆ เพราะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ครรภ์เป็นพิษ เด็กโตช้าได้ ดังนั้น ควรไปตรวจครรภ์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอด้วย คุณแม่ที่กำลังงานควรมีการวาง
อายุ 26 ปีค่ะ แต่งงานมา 4 ปีแล้ว พยายามมีลูก แต่ไม่มีสักที ปีนี้ตั้งใจจะมี เพราะเป็นปีมังกร ปีดี ควรต้องเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างคะ
“อันดับแรก ควรตรวจสุขภาพทั่วไปก่อนค่ะ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคไต ไทรอยด์ เป็นต้น ในผู้หญิงที่มีโรคประจำตัวดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลรักษา ว่าสมควรจะตั้งครรภ์หรือไม่ หรือถ้าตั้งครรภ์แล้วจะมีอันตรายกับแม่และลูกอย่างไร
…จากนั้นก็มาพบสูติแพทย์ เพื่อตรวจเลือดเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตร ประกอบไปด้วยการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด เกล็ดเลือด กรุ๊ปเลือด ภาวะเลือดจางธาลัสซีเมีย การติดเชื้อตับอักเสบบี เอชไอวีและซิฟิลิส ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน และตับอักเสบบี การตรวจภายใน เช็กมะเร็งปากมดลูก รวมถึงควรจะตรวจอัลตร้าซาวด์หาความผิดปกติของมดลูกและรังไข่
…การเตรียมร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายอย่างน้อยสองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์ ในคนที่อ้วนมากๆ ทางที่ดีควรลดน้ำหนัก คุมอาหาร และปรับพฤติกรรมการกินก่อนที่จะตั้งครรภ์ และควรรับประทานโฟลิคแอซิดเสริมก่อนการตั้งครรภ์
…สุดท้าย ควรจะวางแผนเรื่องความพร้อมทางการเงิน การทำงาน และการเลี้ยงดูบุตรด้วยค่ะ”
ปกติมะเร็งปากมดลูกจะสามารถตรวจได้ตั้งแต่อายุเท่าใดร่คะ ต้องตรวจอย่างไรบ้าง ต้องอดข้าวหรือเตรียมพร้อมมาก่อนหรือไม่
“ผู้หญิงส่วนใหญ่จะยังมีทัศนคติในเรื่องการตรวจภายในที่ไม่ค่อยดี ด้วยความอายที่เป็นเสมือนกำแพงกั้นระหว่างคุณหมอกับคนไข้ หรือไม่กล้าไปตรวจเพราะกลัวเจ็บ แต่ตนอยากจะบอกว่าโรคนี้เป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ดังนั้นอย่าอายที่จะเข้ารับการตรวจ เพราะเมื่อถึงเวลาอาจสายเกินแก้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีโรคทางนรีเวชอื่นๆ เช่น เนื้องอกในมดลูก ซีสต์ในรังไข่ ซึ่งปัจจุบันผู้หญิงไทยก็เริ่มเป็นกันมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้มีปัญหาตามมาในระยะยาว เช่น ประจำเดือนผิดปกติ มีบุตรยาก หรือเป็นมะเร็งรังไข่ในอนาคต ดังนั้นควรหมั่นดูแลสุขภาพ และหากพบสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นประจำ ก็ควรรีบมาแพทย์โดยเร็ว
…เนื่องจากโรคมะเร็งปากมดลูกนั้น มีระยะเวลาในการเพาะเชื้อในร่างกายนานถึง 10 – 15 ปี ดังนั้นกว่าจะรู้ตัว ก็ไม่สามารถที่จะรักษาได้ทันแล้ว ซึ่งในปัจจุบันด้วยวิทยาการทางการแพทย์ ก็ได้ผลิตวัคซีนมะเร็งปากมดลูกออกมาเพื่อป้องกัน แต่ก็ได้แค่เฉพาะสายพันธุ์หลักๆ เท่านั้น ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วยังมีสายพันธุ์อื่นๆ ที่เป็นต้นเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นกลุ่มผู้หญิงที่อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ที่ฉีดวัคซีนแล้ว หรือยังไม่ได้ฉีด ก็ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ซึ่งการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Thin prep Plus เป็นวิธีการตรวจที่แม่นยำที่สุด เพื่อตรวจหาความเสี่ยงของเซลล์มะเร็งบริเวณปากมดลูก ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก