ฝึกนิสัยดีดีให้ลูฏรัก

Rauseo และสามีของเธอ ได้ผ่าน หลักสูตร CPRเจ็ดปี ก่อนหน้านี้ หลังจากที่ หนึ่งในลูกชายของ พวกเขา ในเวลาสั้น ๆ หยุด หายใจ แต่เธอก็ ไม่เคยใช้ ฝึกอบรมของเธอ และเธอก็เป็น สนิม กับลูกตอนนี้ ปวกเปียก และเปลี่ยน สีฟ้า Rauseo พยายามที่ ดีที่สุดของเธอ ในการหายใจ ชีวิต เป็น หลานชายของเธอ

“ฉัน เป็นระเบียบ ร้อนจริงๆ ” เธอ กล่าวว่า “ถ้า มันไม่ได้รับ สำหรับพวกเขา ผมไม่ทราบว่า ถ้าผม จะมี การปรากฏตัว ของจิตใจที่จะ ทำในสิ่งที่ จำเป็นต้องทำ คนที่มี ผม สงบ ลงและ บอกฉันว่าฉัน สามารถทำมัน . ”

รถพยาบาล ไมอามี่ กู้ภัยดับเพลิง ได้อย่างรวดเร็ว มาถึงและ รีบวิ่ง ไปที่ เซบาสเตียน แจ็คสัน

แต่ ในวันพฤหัสบดีที่ เซบาสเตียน น้อย ที่เกิด ก่อนกำหนด ได้รับการ ต่อสู้การติดเชื้อ ทางเดินหายใจและ ร้องไห้ เป็น ป้าของเขา กำลังมุ่งหน้าไป ทางทิศตะวันตกบนทางด่วน โลมา เมื่อ จู่ ๆ เขาก็ หยุด ร้องไห้ พาเมล่า Rauseo , 37, ไมอามี รู้ว่า มีบางอย่าง ที่ไม่ถูกต้อง

เธอหยุด เอสยูวี ของเธอ บน ทางด่วนทางตะวันออกของ 57th อเวนิว และ กระโดดออกมา ทันที กรีดร้อง ว่า หลานชายของเธอ ได้หยุด หายใจ

ทารก ที่ได้รับการ เปลี่ยน สีฟ้า อัตราการเข้าชม เร็ว ๆ นี้ ได้รับการสนับสนุน

ฉาก ละคร ก่อนที่จะ กางออก Miami Herald ช่างภาพ อัล Diaz , ที่ยัง ติดอยู่ใน การจราจร Diaz วิ่งผ่าน การจราจร จนตรอก ตะโกน ขอความช่วยเหลือ เขา ได้อย่างรวดเร็ว ได้รับความสนใจ ของ เจ้าหน้าที่ตำรวจ Sweetwater Amauris Bastidas ที่วิ่ง ที่จะช่วยให้ ดำเนินการ CPR

Diaz แล้ว คว้า กล้อง ของเขา หัก ออกจาก ชุดของภาพจับภาพความพยายามที่ กล้าหาญ ของ Bastidas และอื่น ๆ เพื่อ ประหยัด เซ เล็กน้อย

ในเช้าวัน ศุกร์ที่ ข่าวรั่ว ทั่วสหรัฐอเมริกา และจากที่ ไกลที่สุดเท่าที่ ออสเตรเลีย , เยอรมนี และบราซิล ครอบคลุม เรื่องราว หลังจากที่ ภาพถ่าย Diaz ของ ย้าย ของ Rauseo และ ผู้ขับขี่ อื่น ๆ การแสดง CPR ที่ เซบาสเตียน ตี อินเทอร์เน็ต

ดร. ฆ โซลาโน กล่าวว่าวันศุกร์ ที่ ทารกอยู่ในสภาพที่ มั่นคง ใน แจ็คสัน โฮลต์ซ หน่วย ที่สำคัญ การดูแล เด็ก และ ” ภายใต้การสังเกต อย่างใกล้ชิด ” กับ ตารางเวลาสำหรับ เมื่อเขา อาจจะไป ที่บ้าน ไม่มี

“เราไม่ คิดว่าเขา ได้รับ มีปัญหา ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งถูก ทำให้แย่ลงโดย การติดเชื้อ ระบบทางเดินหายใจที่เขาได้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ” เขากล่าวว่า

โซลาโน และ ดร. จูดี้ Schaechter หัวหน้า ระหว่างกาล ของ กุมารเวชศาสตร์ ที่ มหาวิทยาลัย ไมอามี่ มิลเลอร์ โรงเรียนแพทย์ กล่าวว่าพวกเขา ต้องการที่จะใช้ เป็นจุดสนใจ ของสื่อ ที่รุนแรง เกี่ยวกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ ทุกคน ที่จะกลายเป็น ได้รับการรับรอง ใน CPR

” กรณี เช่น เซบาสเตียน เกิดขึ้น ทุกวัน” โซลาโน กล่าวว่า “มัน เป็นโชคดีที่ มัน เกิดขึ้นกับ ผลที่ดี เพื่อให้คุณสามารถ กระจายข้อความ ว่าการฝึกอบรม CPR เป็นสิ่งสำคัญและ เซบาสเตียน ถูกบันทึกไว้ โดย ซีพี. ”

หลักสูตรสามารถนำมา ใน 30 นาทีออนไลน์ ตามด้วย อีก 15-30 นาที คนใน เซสชั่น กับ กาชาด หรือ สมาคมหัวใจอเมริกัน โซลาโน กล่าวว่า

ในวันศุกร์ที่ Rauseo จำความพยายาม หมดหวังที่จะ ช่วย หลานชายของเธอ เมื่อ เธอหยุด เอสยูวี ของเธอ ในการเข้าชม

“เขาเป็น แล้ว หมดสติ ” Rauseo ผู้สื่อข่าว วันศุกร์ที่แถลงข่าว รีบร้อง ที่ โรงพยาบาล แจ็คสัน ที่ เซบาสเตียน ได้รับการปฏิบัติ “ผม ไม่สามารถล้มเหลว ฉันได้รับ ลูกนี้ ดี . ”

เซบาสเตียน แม่ Paola วาร์กัส ไม่ปรากฏ ในการแถลงข่าว ในวันศุกร์ แต่ Rauseo กล่าวว่า น้องสาว ของเธอ คือ ” ดีภายใต้ สถานการณ์ เธอ ขอบคุณ เธอมี ลูกของเธอ กับเธอ และเธอก็ หวังว่า สิ่งที่เป็น มีวิธีที่ง่าย . “

สิ่งที่ลูกจะเปลี่ยนเมื่อเป็นหนุ่ม

วัยนี้เป็นวัยของการแสวงหา พยายามที่จะอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิด และรู้สึก ตัดสินใจเลือกว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด หรือเหมาะกับตัวเองที่สุด เป็นวัยที่เขาตัดสินใจในสิ่งต่างๆได้ถ้ามีได้รับข้อมูลข่าวสารและแง่มุมมอง ที่กว้างขวางและมากพอ เป็นวัยที่เรียกได้ว่า กำลังมีการพัฒนาด้านคุณค่าขึ้นในจิตใจ แต่น่าเสียดายที่ผู้ใหญ่ พ่อแม่และครูบาอาจารย์มักจะไม่เข้าใจ ไม่ใส่ใจ และทิ้งให้เขาต้องตัดสินใจด้วยตนเอง ในขณะที่เขายังไม่มีความพร้อม ไม่มีพื้นฐานข้อมูล แง่คิดมุมมองที่ไม่เพียงพอ อยากจะพูดว่า วัยรุ่นที่ไม่ได้รับการเรียนรู้เรื่องการคิด ชีวิต มุมมองมาดีพอ มักจะตกอยู่ในฐานะลำบากเสมอ

การดูแลตัวเองและชีวิตประจำวัน
เพราะ วัยนี้สูงขึ้น จึงดูตัวผอมๆยาวๆ แต่ความต้องการอาหารก็ไม่ได้ลดลง วัยนี้เข้านอนเอง รู้เวลาของตัวเอง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคน ถ้าอยู่ดึกเพื่อเล่นเกม ก็ต้องเตือนกันบ้าง เด็กไทยการบ้านมาก คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยดูแลเรื่องเวลานอน ลูกชายวัยนี้ยังมีให้เตือนไปอาบน้ำ แม้กระทั่งเตือนให้ล้างมือก่อนทานอาหาร

เด็กวัยนี้ส่วนใหญ่แต่งตัวไป ตามความสนใจในแฟชั่นบ้าง ตามความชอบบ้าง วัยนี้ส่วนใหญ่ก็ยังอยากให้พ่อแม่เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกเสื้อผ้า ในกรณีที่รู้สึกว่าพ่อแม่พอพูดกันรู้เรื่อง แต่ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องละก็ เสื้อผ้าที่แม่ซื้อให้นั้นรับรองว่าจะถูกแขวนค้างเติ่งอยู่ในตู้เสื้อผ้า ตลอดกาล

ลูกชายวัยนี้ถือเป็นวัยเปลี่ยนผ่าน เพราะช่วง 13 รูปร่างหน้าตาของลูกชายส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กชาย แต่พอเข้า 15 กลับกลายเป็นชายหนุ่ม ช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านก็คือช่วง 14 ปีนั่นเอง ร่างกายวัยนี้จะมีขนาดใหญ่ขึ้นจนเป็นที่สังเกตเห็นได้ เด็กชายส่วนใหญ่จะสูงชะลูดปรู๊ดปร๊าดก็ช่วงวัยนี้ ความสูงเฉลี่ยปกติของหนุ่มน้อยชาวไทยเริ่มต้นที่ 155 เซนติเมตร บางคนอาจพุ่งไปจนถึง 165 เซนติเมตร ส่วนน้ำหนักเฉลี่ยควรอยู่ที่ 42 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อยไปจนถึง 53 กิโลกรัม

ร่างกายเริ่มปรากฏกล้าม เนื้อเป็นมัดขึ้นมาบ้าง บึกบึก แสดงออกถึงร่างกายเพศชายชัดกว่าเมื่อเทียบกับ วัยก่อนมีขนขึ้นเต็มตามที่ต่างๆ หน้าอก รักแร้ อวัยวะเพศ แข้งขา เสียงจะมีการเปลี่ยนแปลง บางคนค่อยๆเปลี่ยนไปช้าๆ แต่บางคนก็กะทันหัน สะดุดกึก ฟังดูเหมือนจะเป็นหวัด แต่ที่แท้เสียงแตกขึ้นมาทันทีเลย…ก็แล้วแต่สไตล์เติบโตของใครของมันค่ะ
ไอ้เจ้าอาการเสียงแตกนี่แหละ ที่ทำให้ชายไทยวัยสิบสี่ส่วนใหญ่เกิดอาการช็อค…เราเป็นหนุ่มแล้วหรือนี่ ส่วนอวัยวะเพศซึ่งเปลี่ยนแปลงขนาดจนเห็นได้มาตั้งแต่วัย 13 ในวัยสิบสี่นี้เริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านอื่น นั่นคือช่วงปลายของวัยสิบสี่ ส่วนใหญ่จะเคยมีประสบการณ์การหลั่งน้ำอสุจิแล้ว อาจโดยการฝันเปียก หรือบางคนอาจจากการทำมาสเตอร์เบชั่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ช่วงเวลานี้เอง เป็นเวลาที่นักจิตวิทยาเห็นว่าสำคัญมากที่สุดช่วงหนึ่งในพัฒนาการทางเพศคือ ไม่นานหลังการหลั่งครั้งแรก เด็กชายเกือบทุกคนจะพัฒนาแบบของกิจกรรมทางเพศส่วนตัวขึ้นมา แต่ละคนพัฒนาต่อประสบการณ์เหล่านี้ตามแบบของใครของมัน และตามความเข้าใจที่ตัวเองมี เด็กที่ได้มีโอกาสเรียนรู้ อาจจะผ่านการพูดคุยกับพ่อหรือแม่ หรือจากสื่อ หรือจากโรงเรียน อาจจะเข้าใจได้ว่านี้เป็นเรื่องปกติ แต่เด็กชายบางคนที่ไม่ได้รับการบอกเล่า หรือเคยรับรู้มาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไม่ดีก็อาจจะเกิดความรู้สึกอับอายและ ซ่อนเร้น ซึ่งตรงนี้นี่เองที่อาจจะนำไปสู่พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เป็นปกติก็ได้

วัยสิบสี่เพศชาย จึงเป็นวัยที่ควรได้รับการเรียนรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ ไม่เฉพาะ บทบาทหน้าที่ของอวัยวะเพศ หากเขาควรได้เรียนรู้ไปถึงปัญหาที่อาจตามมาจากการมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ก่อนกำหนด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ รวมทั้งควรมีการพูดคุยอภิปรายในปัญหาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น รักร่วมเพศ พฤติกรรมสำส่อนทางเพศ การเที่ยวโสเภณี การทำแท้ง ลูกๆ เขาก็ต้องการและ มันเป็นเรื่องจำเป็นด้วยค่ะ แต่ที่สำคัญที่สุดคือทัศนะการมองต่อเพศตรงข้ามซึ่งจากการพูดคุย จะนำไปสู่การพิจารณา ขบคิดและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเองช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พ่อแม่ควรคุย กับลูกเรื่องเพศศึกษาค่ะ

 

กิจกรรมกับคนในบ้าน
ช่วง วัยนี้ก็ยังคล้ายปีก่อนตอนสิบสาม ที่ชอบหมกอยู่ในห้องของตัวเอง พอสมควร แต่วัยสิบสี่จะดีขึ้นหน่อยที่ว่า ยังออกมานั่งเล่นนอนเล่นกับคนอื่นในห้องโถงของบ้านมากกว่า พูดคุยทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันบ้าง ไม่ใช่ก้มหน้าเอาแต่แกะสิวงุดๆ หน้าบูดๆบอกบุญไม่รับทั้งวันๆ อย่างที่แล้วมา เรื่องความรกเลอะเทอะในบ้านจากข้าวของที่วางไว้เรี่ยราดก็ยังพอมีให้เห็น แต่ถ้าบอกว่าจะมีแขกมาบ้าน อาจจะเคลียร์ทุกสิ่งทุกอย่างได้ในฉันพลันทันที ลูกชายวัยนี้ช่วยงานบ้านมากขึ้น อาจจะล้างรถ เปลี่ยนยาง ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ

วิธีแก้ลูกคลอดแล้วตัวเหลือง

การ รักษาก็จะดูเป็นระยะๆ ไปตามความรุนแรงของอาการตัวเหลืองนั้น โดยทั่วๆไปแล้วไม่ต้องทำอะไร ถ้าเป็นน้อยๆ จะหายไปเอง แต่ในกรณีที่ตัวเหลืองมองเห็นด้วยตา และตรวจสอบได้ว่ามีระดับบิลิลูบินสูงขึ้นอยู่ระดับปานกลาง คุณหมอจะให้การรักษาด้วยการอบไฟตามที่คุณแม่ได้รับทราบมาแล้ว จากนั้นก็จะตรวจระดับของบิลิลูบินเป็นช่วงๆ ว่าไม่สูงขึ้นอีก การที่คุณหมอบอกว่าผลของบิลิลูบินปกตินั้นคงหมายความว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ ไม่มีอันตรายค่ะ ทำให้ไม่ต้องมีการรักษาพยาบาลที่มากไปกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายเลือดซึ่งอาจจะมีความจำเป็นในเด็กที่มีตัวเหลือง มากๆ

ทั่วๆ ไปแล้วเด็กที่ตัวเหลืองจะหายไปเป็นปกติและสามารถเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ได้ ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะว่าเด็กที่มีอาการตัวเหลืองและคุณหมอได้ให้การดูแลรักษาในช่วงแรก คุณหมอจะตรวจกรองโรคต่างๆ ดังที่เรียนให้ทราบแล้ว คุณแม่คลายกังวลและเลี้ยงลูกไปตามปกติเลยค่ะ

ความเชื่อในเรื่องของ เด็กตัวเหลืองจากกินน้ำน้อยนั้น คงจะไม่ใช่ความจริงอีกต่อไปนะคะ หมอคิดว่าที่เราเข้าใจกันว่าตัวเหลืองต้องทานน้ำมากๆนั้น น่าจะเกิดจากเรามีประสบการณ์ว่าถ้าดื่มน้ำน้อยหรือขาดน้ำปัสสาวะจะออกมามีสี เหลืองเข้มขึ้น ดังนั้นจึงเอาเรื่องของปัสสาวะเหลืองไปผูกกันกับตัวเหลือง และไปแนะนำให้เด็กที่ตัวเหลืองดื่มน้ำมากขึ้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันนะคะ เวลาที่เด็กตัวเหลืองจึงไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำ แต่ให้ดื่มนมแม่ต่อไปเพราะว่าในนมแม่เองนั้นก็มีทั้งน้ำทั้งสารอาหารอยู่ครบ ถ้วนแล้ว คุณแม่ไม่ต้องลังเลใจที่จะให้ลูกดื่มแต่นมแม่อย่างเดียว ซึ่งจะทำให้การผลิตนมแม่ หรือการที่คุณแม่จะมีน้ำนมเต็มที่นั้นก็จะมีมากขึ้น และในเวลาเดียวกันเด็กๆก็จะชินต่อการดื่มนมแม่ โดยไม่สับสนกับน้ำที่เราให้จากขวดน้ำด้วยค่ะ ถ้าคุณแม่จะให้น้ำในช่วงเดือนแรก หมออยากจะแนะนำให้ดื่มน้ำด้วยวิธีอื่นไม่ใช่จากการดูดขวดน้ำ เช่นดื่มจากแก้วหรือดื่มจากช้อน หรือหลอดดูด ซึ่งคุณแม่สามารถจะดัดแปลงพัฒนาได้ตามความเหมาะสมค่ะ

ตอนนี้ดิฉันคลอดลูกสาวได้ประมาณ 1 เดือนเศษ น้ำหนักแรกคลอด 3,100 ก.ก. มีเรื่องจะมาเรียนถามคุณหมอค่ะ

ลูกสาวดิฉันคลอดมาแข็งแรงดี แต่พอได้ 1 วันคุณหมอมาตรวจบอกว่า เด็กตัวเหลืองให้ใส่ตู้อบไฟ แล้วเจาะเลือดไปตรวจ พอผลออกมา หมอบอกว่าปกติ แต่ว่าเด็กยังตัวเหลืองอีก 1 วันหมอก็เจาะเลือดไปตรวจใหม่ ผลก็ปกติดี ไม่ทราบว่าทำไมลูกถึงตัวเหลือง เป็นเพราะสาเหตุใด แล้วเด็กตัวเหลืองจะเป็นโรคอะไรคะ

มีบางคนบอกว่าเด็กตัวเหลืองเพราะ กินน้ำน้อยจริงหรือเปล่าคะ ดิฉันให้กินนมแม่อย่างเดียวไม่ได้ให้กินน้ำจากขวดน้ำเลย เพราะหมอบอกว่าไม่ให้กินน้ำเพราะน้ำนมแม่ อย่างเดียวก็พอจริงหรือเปล่าคะ ตอนนี้ดิฉันก็ให้กินน้ำจากขวดบ้าง วันหนึ่งไม่เกิน 2 ออนซ์ แม่น้องวิน/กรุงเทพฯ
ยินดีด้วยนะคะที่ได้ลูกสาวสุขภาพแข็งแรง น้ำหนักตัวแรกเกิดปกติ ปัญหาต่างๆที่จะตามมานั้นก็คงจะเล็กๆน้อยๆ ตามประสาของเด็กๆนะคะ เริ่มต้นตามประเด็นที่คุณแม่ขอมาแล้วกันนะคะ

เด็กตัวเหลืองหลังคลอดพบได้เสมอค่ะ เกิดจากสาเหตุได้หลายประการ เช่น มีปัญหาโรคตับ ปัญหาของความผิดปกติของเอ็นไซม์ที่อยู่ในเม็ดเลือดบางประการ รวมทั้ง ปัญหาของกลุ่มเลือดของแม่กับลูกที่ไม่สัมพันธ์กัน แต่ที่พบบ่อยที่สุดก็เป็นอาการตัวเหลืองปกติในเด็กๆ ที่เกิดจากระบบการทำงานของตับยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ส่วนมากจะหายไปได้ภายในเวลาไม่นาน

เด็กแต่ละคนจะมีระดับของความ เหลืองหรือที่เรียกว่าระดับบิลิลูบินไม่เหมือน กัน บางคนเป็นน้อยมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า บางคนก็มีระดับความเหลืองสูงจนคุณแม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

อาการแพ้ท้อง

“การตั้งครรภ์เป็นภาวะปกติของร่างกาย เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ อย่าไปเครียด อย่าไปกังวล เพราะการเครียดกังวลของคุณแม่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาได้
…ช่วงสามเดือนแรกก็ไม่จำเป็นต้องรีบบำรุงอาหาร เพราะจะทำให้แม่ตั้งครรภ์มีปัญหาเรื่องแพ้ท้องเยอะขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องป้องกันไม่ให้อืดแน่นท้องมากขึ้น โดยรับประทานน้อยแต่บ่อยขึ้น แล้วพอพ้นสามเดือนแรกหรือเข้าสู่ไตรมาสสอง การแพ้ท้องคลื่นไส้ก็จะน้อยลง”
แม่ ตั้งครรภ์อายุ 4 เดือน มีปัญหาเรื่องท้องผูก ถ่ายวันเว้นวัน ค่อนข้างอึดอัด โดยเฉพาะตอนนอน มีคำถามหน่อยค่ะ อยากทราบว่าปกติแม่ตั้งครรภ์เวลาท้องผูกมักจะเป็นนานกี่วันคะ อย่างที่ฉันเป็น ปกติหรือไม่ แล้วสามารถกินยาลดกรดช่วยได้ไหม แนะนำด้วยค่ะ
“การใช้ยาลดกรด จริงๆ เราจะไม่แนะนำในแม่ตั้งครรภ์ค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ในแง่ของการที่จะเอายาลดกรดมาทำให้ดีขึ้น แต่ส่วนหนึ่งของคนไข้ที่กินยาลดกรดแล้วดีขึ้น เพราะมันมีแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ช่วยให้การบีบตัวของลำไส้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ยาถ่ายโดยตรง จึงไม่แนะนำ
…วิธีที่ดีที่สุดคือการกินผักผลไม้และอาหารที่มีกากใย หรือกินยาเม็ดที่ทำจากไฟเบอร์ หรือยาบางตัวเป็นกลุ่มของน้ำตาลที่ไม่ดูดซึม ก็สามารถกินได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาหน่อย โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1- 3 วันจึงจะถ่ายปกติ แต่ถ้าแม่ตั้งครรภ์มีอาการท้องผูกเดิมอยู่แล้ว อาจต้องกินนานขึ้น ที่สำคัญ ยาพวกนี้เมื่อถ่ายดีแล้วก็ควรลดปริมาณลง


“จริงๆ เราไม่ทราบว่าอะไรคือสาเหตุของริดสีดวง รู้แค่ว่าเกิดจากการที่เส้นเลือดดำขยายตัว พูดง่ายๆ ริดสีดวงก็คือเส้นเลือดขอดที่อยู่ในลำไส้ตรง ฉะนั้นสาเหตุชัดเจนไม่มีอะไรบอกได้ แต่เรารู้ว่ามีสาเหตุที่ทำให้ริดสีดวงเป็นมากขึ้น ทั้งท้องผูกและท้องเสีย ซึ่งถ้าท้องเสียบ่อยๆ ก็เป็นได้เช่นกัน แต่คงไม่เกี่ยวกับการรับประทานอาหารแล้วไม่ย่อย นั่นเป็นเรื่องของกระเพาะอาหาร แต่เกี่ยวข้องกับอายุครรภ์ เพราะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น มดลูกก็จะขยายโตขึ้นและไปกดทับเส้นเลือดดำ ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งกดทับมากเท่านั้น ทำให้การไหลเวียนของเลือดส่วนล่างน้อยลง ยิ่งถ้าคุณแม่มีปัญหาเส้นเลือดขอดในลำไส้หรือเป็นริดสีดวงอยู่เดิม
…นอกจากนี้ การตั้งครรภ์ก็ทำให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง เส้น เลือดดำจะมีการยืดขยายและยืดหยุ่นเพิ่มขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ทำให้แม่ตั้งครรภ์มีปัญหาเรื่องท้องผูกตามมา ยิ่งนั่งห้องน้ำนาน ก็ทำให้มีโอกาสเป็นริดสีดวงมากขึ้น โดยริดสีดวงนั้นมี 2 ประเภท คือ ริดสีดวงภายในกับภายนอก ลักษณะก็จะเป็นติ่งเนื้อเหมือนเส้นเลือดขอดอยู่ในลำไส้ใกล้ๆ ทวารหนัก ซึ่งปกติคนเราจะมีติ่งเนื้อที่ปากทวารหนักอยู่แล้ว ทีนี้คนที่นั่งห้องน้ำนาน เส้นเลือดบริเวณรอบๆ ก้นก็จะขยายตัวขึ้น และโป่งพองออกมา ทำให้เป็นริดสีดวง คนไข้ก็จะเจ็บ โดยเฉพาะถ้ามันมีการไหลเวียนกลับของเส้นเลือดไม่ได้ ก็จะเกิดเซลล์ตาย

…สำหรับแม่ตั้งครรภ์ที่มีปัญหาเรื่องก้อนบวม เจ็บ ก็สามารถใช้ยาได้ โดยยาที่ช่วยในการลดการอักเสบ บวม มีทั้งยาทาและยาเหน็บก้น แต่ต้องบอกก่อนว่า โดยทั่วไปยาที่ช่วยลดริดสีดวง เป็นยาที่ไม่มีการศึกษาในคนตั้งครรภ์ ฉะนั้นเราจะไม่ใช้ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ คือถ้าแม่ตั้งครรภ์บอกว่าเป็นริดสีดวง เราก็ต้องดูว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน อย่างบางคนแค่มีติ่งเนื้อที่ก้น ถ่ายออกมาแล้วบวม แต่ถ้าไม่มีปัญหาไม่เจ็บ ไม่เลือดออก ก็อาจแนะนำให้คุณแม่ดันกลับเข้าไป เน้นรับประทานอาหารที่มีกากใยหรือไฟเบอร์ ไม่นั่งห้องน้ำนาน ถ้านั่งแล้วไม่ออกก็ไม่ต้องไปเบ่ง ถ้าคุณแม่ปฏิบัติตามได้ดี ก็ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ดี ไม่แนะนำให้ซื้อทั้งยาเหน็บและยาทาตามร้าน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา ให้แพทย์ดูว่าใช้แล้วปลอดภัยแค่ไหน เพราะยาเหน็บที่ก้นมักมีส่วนผสมของสเตรียรอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบ ทำให้การยุบบวมดีขึ้น แต่ไม่ได้ไปรักษาริดสีดวงโดยตรง”
ครรภ์แรกค่ะ รู้สึกเครียดมาก กังวลห่วงลูกตลอด กลัวลูกตัวเล็กเลยกินค่อนข้างเยอะ แต่ปัญหาคือแพ้ท้องบ่อย กินแล้วอาเจียนหลายครั้ง ควรต้องทำอย่างไรคะ

…ปกติเส้นเลือดดำจะต้องมีการไหลเวียนกลับเข้าไป ระหว่างเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง แต่กรณีที่คนไข้เป็นริดสีดวง การที่เส้นเลือดดำจะไหลกลับเข้าไปมันน้อย ทำให้เส้นเลือดโป่งพองขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเส้นเลือดโป่งพองมากขึ้น ริดสีดวงก็จะโตขึ้น คนไข้ก็จะเจ็บ ถ้าโชคร้าย ทำให้บวมมากจนเลือดไหลกลับไปไม่ได้ ก็จะมีเซลล์ที่ตาย คนไข้ก็จะปวดมากขึ้น ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนแบบนี้ ไม่ว่าจะมีเลือดออกมากหรือมีเซลล์ที่ตาย ก็อาจต้องพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด
…การผ่าตัดริดสีดวง ถ้าเราทำในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นช่วงใกล้คลอดแล้ว ถ้ามีการผ่าตัดริดสีดวง เวลาที่คุณแม่เบ่งคลอด หัวเด็กก็ต้องผ่านช่องทางคลอดใกล้กับรูก้น ก็จะมีการยืดขยายบริเวณนั้น ทำให้แผลอาจมีปัญหาได้ ซึ่งถ้าคนไข้มีริดสีดวงแล้วไม่มีอาการก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีอาการก็ต้องดูว่า มีข้อบ่งชี้ที่จะต้องผ่าตัดหรือไม่ เช่น มีการตายของเซลล์ หรือมีการอุดตันที่ทำให้มีอาการปวดมาก หรือมีเลือดออกมาก ก็ต้องมาตรวจเพื่อเอาริดสีดวงออก ซึ่งบางครั้งสูตินรีแพทย์อาจดูได้แค่ริดสีดวงภายนอก แต่ริดสีดวงที่อยู่ข้างในอาจต้องให้ศัลยแพทย์มาช่วยดูว่าถึงเวลาที่จะต้องทำ หรือยัง ซึ่งถ้าพบว่ามีการโป่งพองของริดสีดวงภายนอก เราก็จะพยายามดันหัวของริดสีดวงกลับเข้าไป แต่ถ้าเป็นเยอะ ก็อาจจะดันกลับไม่ได้  หรือดันกลับเข้าไปแล้วอาจออกมาใหม่ อย่างไรก็ดี ถ้าเราดันกลับเข้าไปเรื่อยๆ แล้วท้องไม่ผูก นั่งห้องน้ำไม่นาน โอกาสที่ริดสีดวงจะโตมากขึ้นก็จะน้อยลง
“การตั้งครรภ์เป็นภาวะปกติของร่างกาย เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ อย่าไปเครียด อย่าไปกังวล เพราะการเครียดกังวลของคุณแม่จะทำให้เกิดปัญหาอย่างอื่นตามมาได้
…ช่วงสามเดือนแรกก็ไม่จำเป็นต้องรีบบำรุงอาหาร เพราะจะทำให้แม่ตั้งครรภ์มีปัญหาเรื่องแพ้ท้องเยอะขึ้น ขณะเดียวกัน ต้องป้องกันไม่ให้อืดแน่นท้องมากขึ้น โดยรับประทานน้อยแต่บ่อยขึ้น แล้วพอพ้นสามเดือนแรกหรือเข้าสู่ไตรมาสสอง การแพ้ท้องคลื่นไส้ก็จะน้อยลง”
แม่ตั้งครรภ์อายุ 4 เดือน มีปัญหาเรื่องท้องผูก ถ่ายวันเว้นวัน ค่อนข้างอึดอัด โดยเฉพาะตอนนอน มีคำถามหน่อยค่ะ อยากทราบว่าปกติแม่ตั้งครรภ์เวลาท้องผูกมักจะเป็นนานกี่วันคะ อย่างที่ฉันเป็น ปกติหรือไม่ แล้วสามารถกินยาลดกรดช่วยได้ไหม แนะนำด้วยค่ะ
“การใช้ยาลดกรด จริงๆ เราจะไม่แนะนำในแม่ตั้งครรภ์ค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ในแง่ของการที่จะเอายาลดกรดมาทำให้ดีขึ้น แต่ส่วนหนึ่งของคนไข้ที่กินยาลดกรดแล้วดีขึ้น เพราะมันมีแมกนีเซียมไฮดรอกไซด์ ช่วยให้การบีบตัวของลำไส้ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ยาถ่ายโดยตรง จึงไม่แนะนำ
…วิธีที่ดีที่สุดคือการกินผักผลไม้และอาหารที่มีกากใย หรือกินยาเม็ดที่ทำจากไฟเบอร์ หรือยาบางตัวเป็นกลุ่มของน้ำตาลที่ไม่ดูดซึม ก็สามารถกินได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาหน่อย โดยทั่วไปจะใช้เวลา 1- 3 วันจึงจะถ่ายปกติ แต่ถ้าแม่ตั้งครรภ์มีอาการท้องผูกเดิมอยู่แล้ว อาจต้องกินนานขึ้น ที่สำคัญ ยาพวกนี้เมื่อถ่ายดีแล้วก็ควรลดปริมาณลง
…ส่วนท้องผูกนั้นกี่วันนั้น คงตอบยากค่ะ ขึ้นอยู่ที่อาการท้องผูกของคุณแม่เดิมด้วย รวมทั้งการปฏิบัติของคุณแม่ก็สำคัญ อาจขอให้คุณหมอช่วยจัดยาที่เป็นส่วนประกอบของกากใย เป็นเม็ดไฟเบอร์ หรือเป็นผงชงละลายน้ำ ก็จะช่วยได้ รวมทั้งดื่มน้ำเยอะๆ และออกกำลังกาย เดินไปเดินมาบ้าง ทำให้การบีบตัวของลำไส้เพิ่มขึ้น
…อย่างไรก็ดี ถ้าคุณแม่มีปัญหาท้องผูก ควรแจ้งให้คุณหมอที่ดูแลครรภ์รับทราบ จะได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมและปรับยาว่าควรใช้แบบไหนค่ะ”

ความผูกพัน

momandson

เด็กทารกซึ่งต่างกัน
มีการศึกษาวิจัยเด็กซึ่งถูกเลี้ยงดูในสภาวะของสายใยรักและความผูกพันซึ่งแตก ต่างกัน เมื่อเติบโตขึ้นเป็นเด็กโตหรือผู้ใหญ่แล้วจะแตกต่างกันหรือไม่และอย่างไร พบว่าเด็กทารกจะพัฒนาความมั่นคงทางใจ โดยมีความสัมพันธ์กับการดูแลซึ่งอ่อนโยน พร้อมที่จะตอบสนองและให้ความช่วยเหลือเมื่อต้องการ
ได้มีการศึกษาพฤติกรรมและการแสดงออกของเด็ก โดยในตอนแรกให้แม่และเด็กเล่นอยู่ด้วยกันในห้อง แล้วให้แม่แยกจากไป เป็นระยะเวลา 3 นาที ต่อมาจึงให้แม่กลับมาใหม่ พร้อมกับสังเกตว่าเด็กแต่ละคนจะตอบสนองต่อการกลับมาของแม่ในลักษณะที่แตก ต่างกันอย่างไรบ้าง ทำให้เราสามารถจำแนกเด็กซึ่งได้รับความผูกพันแตกต่างกันออกได้เป็น 3 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

เมื่อโตขึ้นสายใยรักและความผูกพันจะหมดไปหรือไม่
คำตอบคือ “ไม่” ครับ หากแต่รูปแบบพฤติกรรมจะเปลี่ยนแปลงไป โดยจะลดความถี่ ความรุนแรงลง ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ตามเพศ และประสบการณ์ในอดีต แต่จะเพิ่มขึ้นเมื่อ มีความเครียด เจ็บป่วย หรือหวาดกลัว
ยกตัวอย่างง่ายๆ นักศึกษาคนหนึ่งต้องจากพ่อแม่ไปศึกษาต่อต่างประเทศหลายปี  สายใยรักและความผูกพันที่มีต่อพ่อแม่ยังคงอยู่ แต่ไม่แสดงออกมากนัก มีการติดต่อ คิดถึงครอบครัวบ้างพอสมควร แต่จะไม่เหมือนเด็กอนุบาล 1 ซึ่งเพิ่งเข้าโรงเรียนวันแรกแล้วร้องไห้คร่ำครวญตามพ่อแม่ แต่อยู่มาวันหนึ่ง นักศึกษาคนนี้เกิดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ มีอาการรุนแรง ไข้สูง หนาวสั่น ไม่มีใครหาข้าวปลาอาหารให้กิน ในขณะที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่นั้น สายใยรักและความผูกพันก็จะกลับมารุนแรงและถี่ขึ้นอีกครั้ง โดยคนแรกที่นึกถึงคือแม่ คิดย้อนไปถึงวัยเด็กที่มีพ่อแม่คอยดูแล เอาใจใส่ ปกป้องและปลอบโยน ไม่ลำบากเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้
สายใยรักและความผูกพันจึงเป็นเรื่องของธรรมชาติแห่งอารมณ์และความสัมพันธ์ของมนุษย์เรานั่นเองครับ

1. กลุ่มที่มีความมั่นคงทางจิตใจ (Secure)
เป็นกลุ่มที่ได้รับความผูกพันทางใจอย่างมั่นคง ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทารกกลุ่มนี้จะมีความมั่นใจว่าความต้องการของตนเองจะได้รับการตอบสนองอย่าง เหมาะสม สม่ำเสมอและทันที

2. กลุ่มที่ไม่มีความมั่นคงทางจิตใจและหลีกหนี (Insecure avoidant)
เมื่อให้แม่กลับมาใหม่ พบว่าเด็กกลุ่มนี้กลับตอบสนองในลักษณะ หลีกหนีไปจากแม่ เย็นชา แสดงท่าทีและพฤติกรรมที่ไม่สนใจแม่

3. กลุ่มที่ไม่มีความมั่นคงทางจิตใจและต่อต้าน (Insecure resistant)      
เมื่อให้แม่กลับมาใหม่ พบว่าเด็กกลุ่มนี้ตอบสนองการกลับมาของแม่โดยการเข้ามาหา แต่กลับแสดงอารมณ์โกรธ เกรี้ยวกราด และต่อมายังแสดงพฤติกรรมต่อต้านการกลับมาของแม่อีกด้วย