พัฒนาการเข้าสังคมลูกด้วยกีฬา

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่าน ไหนที่ไม่รู้ว่า จะนำกีฬากับการบริหารสมองมาผสมผสานใช้กับเด็กๆ ได้อย่างไร และไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นแบบไหน ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง ลองทำตามคำแนะนำของเราดูสิคะ

เน้น Play & Fun การให้ลูกเล่นกีฬานั้นแน่นอนที่สุดว่าเมื่อลูกทำได้ดี ความคาดหวังของคุณพ่อคุณแม่อาจต้องการเห็นลูกเป็นเลิศด้านกีฬา ซึ่งคุณหมออุดม เพชรสังหาร จิตแพทย์และผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาสมองเด็ก รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนาความรู้และบุคลากร บริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด เคยกล่าวไว้ว่า การส่งเสริมให้ลูกเล่นกีฬานั้นพ่อแม่ไม่ควรเคร่งครัดเกินไป แต่ควรอยู่บนพื้นฐานที่ลูกต้องเล่นอย่างสนุก ซึ่งจะทำให้เขาไม่ต่อต้านการเล่นกีฬาในอนาคต อีกทั้งเมื่อลูกสนุกและมีความสุขแล้วสมองส่วน Nucleus Accumbens จะมีการหลั่งสารโดปามีนทำให้เด็กๆ รู้สึกมีความสุข สมองปลอดโปร่งค่ะ ดังนั้นสำหรับวัยนี้ควรเล่นกีฬาแบบ Play & Fun ดีที่สุด

ซึ่งสำหรับเด็กๆ ไม่ว่าจะวัยอนุบาลหรือประถม สมองทั้งสองซีกจะเกิดการเรียนรู้ได้ดีและมีประสิทธิภาพที่สุดเมื่อเขาได้ลง มือทำค่ะ เพราะการเคลื่อนไหวผ่านการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องจะช่วยกระตุ้นการทำงาน ของสมองซีกซ้ายและขวาทำงานอย่างสัมพันธ์กัน รวมทั้งกีฬายังส่งเสริมให้เด็กๆ ได้คิดวางแผน คิดจินตนาการ ขณะเล่นกีฬาอีกด้วยค่ะ

 

วิจัยที่ตีพิมพ์ลงใน Brain Research ฉบับเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2553 โดยลอรา แชดด็อกและทีมวิจัย พบว่า เด็กวัย 9-10 ปี ที่มีการออกกำลังกายหรือมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายจะมีปริมาณสมองส่วน ฮิปโปแคมปัสใหญ่กว่าเด็กที่ไม่มีกิจกรรมการเคลื่อนไหวทางกายเลยถึง 12% ซึ่งสมองส่วนนี้ทำหน้าที่ควบคุมด้านความจำและการเรียนรู้ ยิ่งถ้าสมองส่วนนี้มีขนาดใหญ่ การเรียนรู้ของคนๆ นั้นก็จะดีขึ้นตามไปด้วยค่ะ และนี่จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่าการออกกำลังกายดีต่อสมองลูกชัวร์

Sport for Kids… ฟิตสมองด้วยกีฬ

 

• พลิกแพลงวิธีเล่นกระตุ้นทักษะการคิด ใครว่าเทนนิสจะต้องเล่นตีข้ามเน็ตเพียงอย่างเดียว แบดมินตันจำเป็นจะต้องตีให้ชนะฝ่ายตรงข้ามเสมอ หรือแม้แต่ฟุตบอลก็ไม่จำเป็นต้องเตะเข้าโกลล์เพียงอย่างเดียว ขอแค่ให้คุณใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการเล่นกับลูกนิดหน่อยก็จะช่วยให้กีฬาน่า สนุกยิ่งขึ้นค่ะ เช่น…

 

* ใช้ไม้เทนนิสตีลูกเหมือนตีลูกกอล์ฟ ให้โดนแก้วน้ำจนล้ม ฝึกทักษะการควบคุมทิศทางของลูกเทนนิส การจับไม้เทนนิสที่ถูกต้อง และกระตุ้นทักษะการคิดวางแผนเพื่อให้ลูกเทนนิสกระเด็นไปโดนแก้ว หรือจะตีโต้กับคุณพ่อคุณแม่แบบกีฬาฮอกกี้ก็สนุกไปอีกแบบ

 

* กีฬาแบดมินตันก็ชวนกันเล่นตีโต้เพื่อรักษาลูกแบดมินตันให้อยู่บนอากาศนานที่ สุด ขณะเล่นก็นับแต้มไปด้วย ช่วยฝึกทักษะทางคณิตศาสตร์ด้วยนะคะ

 

* แทนที่จะแข่งกันเตะฟุตบอลเข้าโกลล์อย่างเดียว ก็ชวนคุณแม่ พี่ชาย-น้องชาย มาล้อมวงส่งต่อลูกบอลด้วยเท้ากัน ฝึกทักษะการควบคุมบอลด้วยปลายเท้า จะทำให้สมองเกิดการทำงานเชื่อมโยงกันระหว่างอวัยวะต่างๆ ทั้งสายตา ช่วงขา และปลายเท้า ทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวอีกด้วยค่ะ

 

• จัดการแข่งขันแบบสนุกไม่ซีเรียส จัดการแข่งขันให้กับเด็กๆ เพื่อเพิ่มความสนุกในการเล่นกีฬากันบ้างนะคะ แค่ชวนเพื่อนๆ ของลูก หรือแม้แต่แข่งขันกันเองในบ้าน ซึ่งระหว่างการเล่นอาจต้องใช้ทักษะการคิดวางแผน การแก้ปัญหา และเทคนิคด้านกีฬาอื่นๆ มาประกอบการเล่น ทั้งยังเป็นการบ่มเพาะเจ้าหนูให้เป็นเด็กอดทน และมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้รู้ชนะอีกด้วยนะคะ

 

• ไม่บังคับ ย้อนไปดูกฎข้อแรกที่ว่า Play & Fun ค่ะ หากวันไหนลูกเหนื่อยจากการเรียน และดูท่าจะไม่อยากเล่นกีฬาสนุกๆ แล้วละก็ ท่องไว้ค่ะว่า “ยืดหยุ่นบ้าง” เพราะการเล่นกีฬาที่สนุกจะช่วยผ่อนคลายความเครียดและทำให้สมองของเด็กๆ ปลอดโปร่ง รวมทั้งยังสามารถพัฒนาทักษะด้านการเล่นกีฬาได้ดีกว่าการเล่นแบบที่โดนบังคับ อีกค่ะ เพื่อกีฬาจะได้ไม่กลายเป็นยาขมของลูกในอนาคตอย่างไรล่ะคะ

เห็นไหมคะว่าการชวนลูกเล่นกีฬานั้นไม่จำ เป็นว่าคุณจะต้องเป็นกูรูด้านกีฬา เพียงแต่ชวนเขาเล่นด้วยความสนุก สร้างสรรค์เกมกีฬาใหม่ๆ และที่สำคัญคือไม่บังคับให้เขาทำเท่านี้กีฬาก็จะดีต่อสมองลูกได้อย่างไม่ ต้องสงสัยเลยค่ะ

 

 

ดนตรีเสริมพัฒนาการ

ทำกิจกรรมต่างๆ บ้าง โดยให้ฟังทุกวัน วันละสักครึ่งชั่วโมง”
คุณหมอยังบอกด้วยค่ะว่า ถ้าอยากให้ลูกมีสมาธิก็แค่ให้เขาได้ฟังเพลงเบาๆ ในห้องหรือสถานที่ที่ไม่มีเสียงรบกวนจากภายนอกก็ใช้ได้แล้ว
แต่สำหรับการลดอาการก้าวร้าว นอกจากฟังแล้วควรให้เด็กได้เล่นดนตรี เช่น ตีกลอง หรือเคาะจังหวะไปด้วยจะช่วยได้มากขึ้นค่ะ
ดนตรีจึงเปรียบเสมือนวิตามินที่ทุกๆ ครอบครัวควรมีติดบ้านไว้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องให้ลูกหรือคนในบ้านมีอาการซะก่อนแล้วค่อยไปซื้อหา เพราะขนาดวงการแพทย์สมัยใหม่ยังบอกว่า มนุษย์เราสามารถรับรู้เสียงดนตรีได้ตั้งแต่นอนหลับอยู่ในท้องแม่เป็นเดือน ที่ 6 นั่นแล้วค่ะ การเปิดเพลงฟังบ่อยๆ จึงนับเป็นเรื่องที่ดีทั้งกับพ่อแม่และลูก
โดยเฉพาะกับเด็กๆ จะมีประโยชน์มาก เหมือนที่คุณหมอบอกว่า
“ถ้าคนเราได้ฟังดนตรีตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องถึงขนาดตั้งใจนะ แค่ให้มีดนตรีเป็นแบ็คกราวนด์เท่านั้น ก็จะช่วยให้ความก้าวร้าวหรืออาการสมาธิสั้นลดลง”

นายแพทย์ ดร.ประกอบ ผู้วิบูลย์สุข จิตแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพฯได้ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า

“เรา สามารถนำดนตรีบำบัดมาใช้ ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ เพื่อตอบสนองความจำเป็นที่แตกต่างกันไปทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เช่นปัญหาบกพร่องของพัฒนาการ สติปัญญา และการเรียนรู้ โรคซึมเศร้า อัลไซเมอร์ ปัญหาการบาดเจ็บทางสมอง ความพิการทางร่างกาย อาการเจ็บป่วย และภาวะอื่นๆ

“สำหรับบุคคลทั่วไปก็สามารถใช้ดนตรีบำบัดได้ในแง่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด และใช้กับการออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีได้”

ถ้า เป็นคนป่วยคงต้องให้นักดนตรี บำบัดเข้ามาช่วย แต่สำหรับลูกเราที่เป็นเด็กปกติ หรือแค่เพิ่งมีวี่แววว่าจะเป็นเด็กไม่ค่อยมีสมาธิ ดูเหมือนจะก้าวร้าว หรือส่อเค้าจะมีอาการซึมเศร้า คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้ โดยคุณหมอแนะนำว่า
“ถ้าเด็กไม่ค่อยมีสมาธิควรให้ฟังดนตรีที่มีเสียงมั่นคง จังหวะช้าๆ เบาๆ ท่วงทำนองสม่ำเสมอ โน้ตที่ใช้ไม่ควรกระโดดจากคีย์สูงไปคีย์ต่ำ และควรให้เป็นโทนเสียงกลางเสียงสูง อย่างเสียงที่เกิดจากเปียโน กีตาร์ จะทำให้เกิดสมาธิได้
“ส่วนดนตรีที่มีโทนเสียงต่ำจะเหมาะกับคนก้าวร้าวมากกว่า สำหรับเด็กซึมเศร้าก็น่าจะให้ฟังดนตรีที่มีจังหวะค่อนข้างกระตุ้น เขาจะได้ลุกขึ้นมา
ดนตรี จึงเป็นศาสตร์สารพัดประโยชน์ที่ใช้ได้ทั้งกับคนไข้และบุคคลทั่วไป แถมยังไม่แยกเพศและวัยอีกต่างหาก
ว่าแล้วชักชวนลูกๆ มาเปิดเพลงฟังกันดีกว่าค่ะ

ลูกเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว

 

สาเหตุที่ทำให้ลิ้นหัวใจรั่ว
โรค ลิ้นหัวใจรั่วในเด็กพบได้ตั้งแต่แรกเกิด หากเฉลี่ยจากเด็กเกิดใหม่ทั่วโลกประมาณ 1,000 คน จะมีเด็กที่เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด 8 คน และใน 8 คนนี้จะเป็นโรคลิ้นหัวใจพิการแต่กำเนิดประมาณ 5% ซึ่งพบได้จาก 2 สาเหตุ คือ

1. เกิดจากความพิการของลิ้นหัวใจแต่กำเนิด ซึ่งมีความพิการได้หลายอย่าง เช่น ลิ้นหัวใจตีบที่เกิดจากกล้ามเนื้อที่ดึงลิ้นหัวใจไม่ปกติ ลิ้นหัวใจรั่วซึ่งอาจเกิดจากมีพยาธิสภาพของลิ้นหัวใจนั้นๆ หรือรูปร่างของลิ้นหัวใจผิดปกติ

2. เกิดจากโรคหัวใจรูมาติก จากการติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส (Streptococcus) เริ่มโดยมีอาการคออักเสบ หรือต่อมทอนซิลอักเสบ และหากรักษาด้วยยาแก้อักเสบไม่ต่อเนื่อง เมื่อติดเชื้อเป็นระยะเวลานานๆ หรือบ่อยๆ จะส่งผลให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านเนื้อเยื่อของลิ้นหัวใจตัว เอง ทำให้เกิดการอักเสบที่ลิ้นหัวใจและเกิดโรคหัวใจรั่วหรือตีบตามมา

ลิ้นหัวใจ

ลิ้นหัวใจของคนเราจะทำหน้าที่เป็นเหมือนวาล์วเปิด-ปิดก๊อกน้ำ ซึ่งเปิดเมื่อเลือดไหลผ่านและจะปิดเพื่อไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับ
เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว วาล์วเปิด-ปิดจะทำงานไม่ปกติ เลือดจึงไหลย้อนกลับทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเหนื่อยง่ายขึ้น

โรคหัวใจรูมาติกนี้ เมื่อก่อนจะพบมากในวัยผู้ใหญ่ แต่ปัจจุบันพบในเด็กอายุน้อยลง ซึ่งที่ผ่านเคยพบในเด็กที่เข้ามารับการผ่าตัด มีอายุประมาณ 9-10 ขวบ และในอนาคตก็มีแนวโน้มที่อายุเด็กจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเด็กเป็นหวัดและติดเชื้อในคอมากขึ้น ประกอบกับการกินยาไม่ครบตามที่แพทย์สั่ง ส่งผลให้เชื้อดื้อยา

อาการที่พบ

เด็กที่เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วจะมาด้วยอาการเหนื่อยๆ เลี้ยงไม่โต น้ำหนักตัวน้อย ปอดแฉะ ติดเชื้อบ่อย

การตรวจรักษา

รู้ได้ด้วยการพาไปพบกุมารแพทย์โรคหัวใจ เพื่อตรวจดูความผิดปกติและฟังเสียงหัวใจ ถ้ามีเสียง ‘เมอเมอ (Murmur)’ หรือ ‘ฟู่’ แสดงว่าหัวใจผิดปกติ เป็นเสียงที่เกิดขึ้นจากลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของลิ้นหัวใจด้วย

หลังจากนั้นแพทย์จะทำการตรวจเพื่อยืนยันอย่างละเอียด ด้วยการทำเอคโค่ (Echocardiogram) ซึ่งเป็นการตรวจที่สามารถบอกลักษณะความรุนแรงของลิ้นหัวใจได้ดีที่สุด

หลังจากแพทย์ตรวจเรียบร้อยแล้วก็จะวางแผนการรักษาต่อไปตามความเหมาะสม ถ้ารักษาด้วยยาได้ก็ใช้ยา เพราะการซ่อมลิ้นหัวใจในเด็กทำได้ยาก แต่ถ้าเป็นมากก็จำเป็นต้องทำการผ่าตัดเพื่อซ่อมลิ้นหัวใจ

การผ่าตัดลิ้นหัวใจเพื่อซ่อมลิ้นหัวใจสามารถทำได้แต่หากลิ้นหัวใจมีพยาธิ สภาพจนไม่สามารถซ่อมได้ ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจต่อไป

การป้องกัน

ถ้าเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วที่เกิดจากความพิการแต่กำเนิดจะไม่สามารถป้องกัน ได้ แต่ถ้าเกิดจากการติดเชื้อรูมาติก สามารถป้องกันได้ โดยการรักษาโรคติดเชื้อในลำคอให้หายเป็นปกติ ด้วยการทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง

พ่อแม่ต้องระวัง!
1. เนื่องจากเด็กๆ ส่วนใหญ่จะชอบทานขนมกรุบกรอบที่มีเกลือแอบแฝงอยู่ ความเค็มจากขนมเหล่านี้จะส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น บวมน้ำ และลิ้นหัวใจรั่วมากขึ้น ดังนั้น พ่อแม่จะต้องระมัดระวังไม่ปล่อยให้เด็กๆ กินขนมกรุบกรอบ

2. ปัจจุบันพบเด็กเป็นโรคหัวใจรูมาติกเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เด็กมีอาการเป็นหวัด เจ็บคอ พ่อแม่จะต้องหมั่นดูแลเป็นอย่างดี ต้องทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพราะถ้าเชื้อไม่หมด จะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำ และส่งผลให้เป็นโรคหัวใจรูมาติกได้

เมนูไข่เพิ่มพลังให้ลูกน้อย

ไข่
การบริโภคไข่สำหรับเด็กเป็นประจำ เป็นเรื่องที่ปฏิบัติถูกต้องอยู่แล้ว ไข่มีผลต่อการพัฒนาการของสมอง เชาว์ปัญญา หากขาดธาตุเหล็กจะเกิดปัญหาดังนี้ ทำให้สมาธิในการเรียนต่ำ ความจำไม่ดี  เด็กจะมีอาการเหนื่อยง่าย เฉื่อยชา ง่วงเหงาหาวนอนบ่อย ทำให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของการเรียนต่ำ และยังไม่มีกำลังสำหรับการประกอบกิจกรรมหรือเล่นกีฬา
อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กได้แก่ ไข่แดง เลือดสัตว์ ตับ ถั่วต่างๆ ผลไม้แห้ง ใครที่รับประทานไข่เป็นประจำควบคู่ไปกับการกินผลไม้แห้ง เครื่องในสัตว์ ก็จะได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากนี้ไข่ไก่ยังมีสารที่มีประโยชน์ดังนี้
สารลูทีน และ ซีแซนทิน ซึ่งเป็นสารจำพวกแคโรทีนหรือเม็ดสีที่อยู่ในอาหารจากพืชและสัตว์ สามารถป้องกันการเสื่อมสภาพของจอรับภาพที่ตา ซึ่งจัดเป็นโรคที่สำคัญอีกโรคหนึ่งในปัจจุบัน

โปรตีนที่ร่างกายได้รับจากอาหาร จะมีคุณภาพแตกต่างขึ้นอยู่กับชนิดของกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบของโปรตีน ไข่ไก่มีสารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก เช่น ธาตุเหล็ก ซึ่งมีมากในไข่ เพียงพอต่อความต้องการของเด็กในวัยเรียน
จากสถิติพบว่า เด็กไทยเป็นโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กและโรคคอพอก จากการขาดธาตุไอโอดีนกันมาก ปัญหาจากการขาดธาตุเหล็กและไอโอดีน จะทำให้เด็กเจริญเติบโตช้า เจ็บป่วยบ่อย ความสามารถในการเรียนรู้ในการเรียนต่ำ และสมรรถภาพในการทำกิจกรรมและการเล่นกีฬาต่ำ ดังนั้น ธาตุเหล็กจึงเป็นสารอาหารอีกตัวหนึ่งที่มีความสำคัญสำหรับเด็กวัยเรียน
ฟอสฟอรัส ในรูปของเกลือฟอสเฟตที่ทำหน้าที่รักษาความสมดุลของกรด–ด่างของร่างกาย และเป็นส่วนประกอบของสารอินทรีย์สำคัญ คือ กรดนิวคลิอิก ทำหน้าที่ควบคุมการถ่ายทอดพันธุกรรมและการสร้างโปรตีนฟอสโฟไลปิด ซึ่งช่วยให้ไขมันละลายในน้ำ และช่วยขนส่งน้ำมันและกรดไขมัน เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ เป็นส่วนประกอบของสารที่เก็บพลังงานเพื่อใช้ในกระบวนการต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในกระดูกและฟัน เราจะพบฟอสฟอรัสได้ในอาหารประเภท ไข่แดง เนื้อสัตว์ หมู ถั่วเมล็ดแห้ง เด็กและผู้สูงอายุที่รับประทานไข่เป็นประจำควบคู่ไปกับการกินเนื้อสัตว์ ก็จะได้รับฟอสฟอรัสเข้าไปเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรงอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
สังกะสี เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต หากขาดสังกะสีอย่างรุนแรง จะทำให้เด็กไม่โต เบื่ออาหาร ต่อมไร้ท่อของระบบสืบพันธุ์ทำงานน้อย ต่อมลูกหมากโต มะเร็งต่อมลูกหมาก มีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า ทำให้แผลหายช้า ผิวหน้ามีปัญหา และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าประโยชน์ของไข่มีมากมาย อีกทั้งไข่หาซื้อง่าย เป็นโปรตีนที่ราคาไม่แพง สามารถประกอบอาหารได้หลากหลาย เด็กวัยเรียน วัยรุ่น และคนวัยทำงานที่ร่างกายปกติ ก็สามารถรับประทานไข่ได้ทุกวัน วันละ 1 ฟอง คุณพ่อคุณแม่ควรปรับเมนูอาหารจากไข่ให้ลูกลิ้มลองให้มีความหลากหลายนะครับ
เมนูคุณหนูฉบับนี้นำเสนอเมนูที่ประกอบจากไข่ ได้แก่ อาหารเช้าคุณหนู แพนเค้กแซนวิช และคาราเมลคัสตาร์ดนึ่ง เหมาะเป็นอาหารจานโปรดของลูกน้อยได้ทุกมื้อครับ

Q&A

กุ้งที่ลวกแล้วเนื้อยังใสๆ กรอบๆ เด้งๆ นี่ปกติเขาทำอย่างไรก่อนนำมาปรุงคะ มันต้องแช่สารอะไรหรือไม่ แล้วกินเยอะๆ เป็นอันตรายหรือไม่ คือซื้อกุ้งยี่ห้อหนึ่งมา สงสัยมาก ว่าทำไมเนื้อเด้งจัง ลูกๆ ก็ชอบกินด้วยสิ
“โดยปกติกุ้งที่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง เนื้อสัมผัสจะเด้งอยู่แล้ว เมื่อนำมาประกอบอาหาร การเลือกอาหารให้ลูกรับประทาน ควรที่จะเลือกให้หลากหลาย หรือเลือกกุ้งที่สดจากธรรมชาติบ้าง บางครั้งลูกอาจจะชอบก็ได้ เพราะการเลือกซื้ออาหารที่สดใหม่ ประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการย่อมมีมากกว่าครับ”

 

วิปปิ้งครีมที่ใส่กาแฟ เราสามารถทำเองที่บ้านได้ไหมคะ ต้องมีอุปกรณ์เครื่องมือและส่วนผสมใดบ้าง ปกติจะซื้อติดบ้านไว้ ทำเค้กให้ลูกๆ กิน ไม่ก็ราดบนเครปหรือน้ำผลไม้ปั่น ลูกๆ ชอบมาก แต่หลังๆ ค่อนข้างแพง ถ้าทำเองจะถูกกว่าไหมคะ
“วิปปิ้งครีมที่คุณแม่บ้านกล่าวถึง น่าจะเป็นชนิดที่บีบออกมาจากกระป๋อง แล้วใช้ได้เลย ราคาจะค่อนข้างแพงครับ แต่ถ้าต้องการทำเอง เราก็ซื้อครีมที่เป็นกล่องมาใช้ โดยนำมาตีเอง
…การ ตี เราต้องแช่ครีมให้เย็น ตัวภาชนะที่ใข้อาจเป็นอ่างแสตนเลส และตระกร้อมือต้องเย็นด้วย หรืออาจมีอ่างใส่น้ำแข็งรองด้านล่าง ใส่ครีมลงในอ่างผสมแล้วตี ก็จะได้วิปปิ้งครีมที่เซ็ตตัว ตักใส่ถุงบีบ หรือตักไปแต่งอาหารได้ครับ (ครีมคือ วิปปิ้งครีมที่เรายังไม่ได้ตี มีขายเป็นกล่องๆ หลายยี่ห้อ แต่ถ้าเปิดใช้แล้ว ต้องรีบใช้ให้หมดนะครับ อย่าเก็บไว้หลายวันในตู้เย็น จะนำมาตีแล้วไม่ขึ้นฟู) การตีเองทำไม่ยากเลยลองทำดูครับ”

ช่วยแนะนำวิธีเลือกซื้อปลาทูหน่อยค่ะ บางวันซื้อมาทอด เนื้อสากๆ ไม่อร่อย บางวันก็อร่อย หรืออยู่ที่วิธีการทอดคะ ควรทอดอย่างไรจึงจะได้รสเค็มๆ หน่อย แล้วเด็กๆ นี่กินปลาทูได้หรือยังคะ ชอบให้กินเขากินปลาค่ะ จะได้ประโยชน์และไม่อ้วน
“ถ้าเป็นปลาทูสด ให้ควักไส้ออกครับ ล้างให้สะอาด ถ้าเป็นปลาตัวโตควรบั้งเล็กน้อย แล้วโรยเกลือให้ทั่ว พักไว้ประมาณ 5 – 10 นาที เพื่อให้เกลือซึมเข้าเนื้อปลา แล้วนำลงทอดให้น้ำมันที่ร้อนปานกลาง ทอดให้สุกแล้วค่อยกลับอีกด้าน ทอดต่อจนสุก
…เด็กกินปลาทูได้ครับ เนื้อปลาให้สารอาหารโปรตีน และเนื้อปลาย่อยง่าย ถ้าเป็นปลาทะเลด้วยแล้วจะได้ไอโอดีนด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ควรระวังคือก้างปลา ต้องดูแลให้ดี พยายามแกะเนื้อปลาให้เขากิน อย่าให้เขาแกะอีก อาจเหลือก้างได้”

อยากลองทำผัดไทยให้ที่บ้านกิน ต้องเตรียมส่วนผสมใดบ้างคะ ขอสูตรหน่อยค่ะ
“ส่วนผสมก็มีเส้นเล็ก กุ้งสดปอกเปลือกผ่าหลัง กุ้งแห้ง เต้าหู้แข็งหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ไข่ไก่ ใบกุยช่ายหั่นเป็นท่อน ถั่วงอกเด็ดหาง หอมแดงสับ หัวไชโป๊วสับ น้ำมันพืช ส่วนผสมน้ำปรุงรสมี น้ำตาลทราย น้ำปลา และน้ำมะขามเปียกคั้นขั้นๆ
…วิธีทำ เริ่มจากผสมน้ำตาลทราย น้ำปลา น้ำมะขามเปียก เข้าด้วยกันคนให้ละลาย ตั้งไฟใช้ไฟกลางเคี่ยวพอข้นเป็นน้ำผัดไทย จากนั้นตั้งกระทะ ใช้ไฟแรง ใส่น้ำมัน พอร้อนใส่หอมแดงผัดให้หอม ใส่กุ้งผัดพอสุกใส่ไข่ เต้าหู้ หัวไชโป๊ว กุ้งแห้ง ใส่น้ำผัดไทย ผัดให้เข้ากัน ใส่กุ่ยช่าย ถั่วงอก และเกี๊ยวกรอบ ผัดให้เข้ากัน
…จัดเสิร์ฟ พร้อมพริกป่น มะนาว ถั่วลิสงคั่วป่น น้ำตาลทราย รับประทานกับ หัวปลี ใบบัวบก ถั่งงอกสด”

เคยซื้อวุ้นเส้นมาทำอาหารหลายยี่ห้อ ที่ชอบคือตราเสือ เหนียวนุ่มดีค่ะ สงสัยว่าวุ้นเส้นแต่ละเจ้ามีส่วนผสมไม่เหมือนกันหรือคะ แล้วเราจะเลือกวุ้นเส้นแบบไหนจึงเอามาทำอาหารอร่อย
“ในการนำวุ้นเส้นมาประกอบอาหาร ถ้าเป็นวุ้นเส้นที่ดีจะมีลักษณะเหนียว ใส เมื่อปล่อยไว้เส้นจะไม่ดูดน้ำเพิ่ม แต่ถ้าเป็นวุ้นเส้นที่คุณภาพรองลงมา หากปล่อยอาหารที่ทำจากวุ้นเส้นไว้ เส้นจะดูดน้ำเพิ่มทำให้อาหารผิดลักษณะไป เนื่องจากวุ้นเส้นชนิดนี้อาจมีแป้งมันสำปะหลังเป็นส่วนผสมอยู่ด้วยครับ”

ซอสบาร์บีคิวทำยากไหมคะ อยากลองทำดู เคยซื้อมาที่ขายเป็นขวด ราคาแพงเหมือนกัน ใช้แป๊บเดียวก็หมดแล้ว ลูกๆ ชอบกินมาก รบกวนขอสูตรหน่อยค่ะ
“ซอสบาร์บีคิวทำเองไม่ยากครับ ส่วนผสมก็มีซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำตาลทราย เกลือป่น กระเทียมสับ น้ำมันพืช อัตราส่วนก็ลองปรับดู เพราะแต่คนชอบไม่เท่ากัน ถ้าชอบรสจัดหน่อย ก็เพิ่มส่วนผสมมากหน่อย อย่างชอบเผ็ด ก็เพิ่มซอสพริก ชอบหวานก็เพิ่มซอสมะเขือเทศ
…จากนั้นก็ตั้งกระทะ ปรับไฟแรง เทน้ำมันพืช พอร้อน ใส่กระเทียมเจียวให้เหลือง ใส่ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก น้ำตาลทราย เกลือ เคี่ยวแล้วปรับให้ไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนข้น แล้วยกลง พักไว้ให้เย็น บรรจุใส่ขวดหรือภาชนะที่มีฝาบิด ไม่ต้องเข้าตู้เย็นก็ได้ แต่ถ้าเข้าตู้เย็นก็เก็บไว้นานขึ้น สามารถเอามาใช้ทำบาร์บีคิวหรือผัดอาหารก็ได้”

อาหารเช้าคุณหนู

พ่อรักลูก

สำหรับคนที่เคยได้รับการดุภรรยาของเขาสำหรับส่งเสริมเด็กที่จะ “ทำงานได้เร็วขึ้น” หรือ “แกว่งสูง” หรือ “พยายามให้หนักขึ้น” หรือผู้ซึ่งได้รับการเรียนการสอนตำหนิพวกเขาเพื่อให้เสียงผายลมปากมือหรือรักแร้ผมทุก ทักทายคุณ

แม่เป็นที่ยอดเยี่ยมที่บำรุงเด็ก พ่อที่ดีที่พวกเขาขึ้น riling ก่อนนอนและการทดสอบ จำกัด ทางกายภาพของพวกเขา เราจะแสดงวิธีการที่เด็กในลูกกระสุนปืนใหญ่สระว่ายน้ำสเก็ตบอร์ดลงเนินเขาสูงชันและกระโดดจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์มากกว่าสร้างไม่ดีแพลตฟอร์มไม้อัด

นอกจากนี้เรายังแนะนำให้พวกเขาในศิลปะของ belching, ทำลายลมหมุนวัตถุสุ่มเข้าไปในปืนและ lightsabers, ห้องน้ำ “การต่อสู้ Pee-ดาบ” และพฤติกรรมแปลก ๆ เราต้องทำเช่นนี้ มันเป็นงานของเรา

แม่และพ่อมีรูปแบบที่แตกต่างกันเลี้ยงดูเด็กความสะดวกสบายเมื่อพวกเขากำลังรู้สึกลง พวกเขาสนับสนุนให้พวกเขาเพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาของพวกเขา พ่อสอนให้พวกเขาที่จะมองหาวิธีการแก้ปัญหาและเดินหน้าต่อไป เราต่อสู้เด็กของเราไปกองกับพื้นและจี้พวกเขาและจนกว่าพวกเขาจะลืมสิ่งที่พวกเขาได้รับผลกระทบเกี่ยวกับ แม่ไม่พอใจด่วนของพวกเขาด้วย TSK-TSK เสียงและกล่าวโทษเราทำตัวเหมือนเด็ก

เราใช้เวลาที่เป็นคำชมเชย

สำหรับทศวรรษที่ผ่านมามันก็ถูกสันนิษฐานว่ามีความสัมพันธ์แม่เด็กเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก ภายในทศวรรษที่ผ่านมาหลายครั้งล่าสุดอย่างไรก็ตามนักจิตวิทยาได้ตระหนักถึงเพียงเท่าใดพ่อเรื่อง การเลี้ยงเด็กเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสมดุล แม่เป็นผู้ดูแลที่ดี พ่อมีทัศนคติที่ผ่อนคลายมากขึ้นไปเลี้ยงดู ร่วมกันพวกเขารูปแบบหน่วยเหมาะ เมื่อเด็กมาถึงบ้านร้องไห้กับข้อศอก scraped แม่จะปลอบใจพวกเขาด้วยคำอ่อนโยน พ่อจะกวนใจพวกเขาด้วยการบอกว่า “Just walk มันออก” หรือ “นั่นจะรู้สึกดีขึ้นทันทีที่มันหยุดทำร้าย.”

ถ้ามีคนที่ได้รับการติดอยู่บนปัญหาการบ้านก็มักจะแม่ที่เสนอให้ความช่วยเหลือ พ่อจะกวาดตาขอบของหนังสือพิมพ์ของเขาและตะโกน “เพื่อเห็นแก่พระเจ้าให้มันอีกลอง.” เมื่อมีความโกรธเคืองแม่ทำอย่างดีที่สุดที่จะให้เหตุผลกับเด็ก พ่อแก้ไขปัญหาที่มีแสงจ้าท้ายและเป็นภัยคุกคามที่จะ “กระตุกปมในหางของคน.”

พ่อทำหน้าที่อีกจุดประสงค์ที่สำคัญ พวกเขาให้เด็กดูสมจริงเข้าไปในโลกของผู้ชาย สาวเรียนรู้จากพ่อของพวกเขาว่าผู้ชายควรจะทำหน้าที่ต่อผู้หญิง เด็กเรียนรู้วิธีที่จะควบคุมความโกรธและจัดการกับความเป็นชายของพวกเขาในทางบวก

เด็ก ๆ เรียนรู้มากมายของสิ่งดีๆอื่น ๆ จากบรรพบุรุษของพวกเขาเช่นที่จะไม่กลั่นแกล้งหรือรังแกจะและวิธีการที่จะรักษาสมดุลสุขภาพระหว่างความหวาดกลัวและการรุกราน dads การเล่นกันอย่างอุตลุดกับเด็กของพวกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเตะเกากัดและผิด เด็ก ๆ เรียนรู้การควบคุมตนเองเมื่อพ่อพูดว่า “ตอนนี้พอก็พอ” และ “Take เสียงลงรอยที่.”

ในคำอื่น ๆ แม่ปกป้องเด็กและพ่อให้พวกเขาเชื่อมั่นในตนเอง เราโยนเด็กของเราไปในอากาศท่ามกลางเสียงตะโกน “ไม่สูงมากนัก.” เราตีกลับพวกเขาอยู่บนเตียงและร้องไห้แม่ “คนที่จะได้รับบาดเจ็บทำที่.” ผู้ชายรู้ว่าตัดและ scrapes เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผู้หญิงรู้ให้หุ้นขึ้นไปบนผ้าพันแผลและครีมยาปฏิชีวนะ ทั้งสองเหล่านี้รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูด้วยตัวเองอาจสะกดภัยพิบัติ ร่วมกันพวกเขาให้เด็กปลอดภัยในขณะที่การเพิ่มความเชื่อมั่นในตัวเองของพวกเขา

หนึ่งในช่วงเวลาของฉันชื่นชอบความเชื่อมั่นอาคารเป็นพ่อเกิดขึ้นเมื่อลูกชายสามปีเก่าของฉัน, ไทเลอร์ได้เรียนรู้ที่จะขี่จักรยานของเขา ล้อการฝึกอบรมถูกปิดหมวกกันน็อกของเขาอยู่บนและเขาก็พร้อมที่จะเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ …. ดีเกือบ

“พ่อ” เขาเรียกว่าออกประหม่า “ฉันต้องทำเช่นนี้?”

“แน่นอนคุณทำ” ผมตอบ “นี่คือวันเดียวของปีซอมบี้ให้สามปี olds ที่จะขี่จักรยานของพวกเขาโดยไม่ต้องล้อการฝึกอบรม ฉันเห็นมันในข่าว. ”

“แต่ฉันกลัว” เขากล่าวว่า

“Just keep ปัญญาของคุณเกี่ยวกับคุณและอยู่ที่สมดุล.”

ไทเลอร์สายรัดคางให้แน่นบนหมวกของเขาและถอนหายใจ “Okay, I guess ฉันพร้อม.”

ฉันให้เขาผลักดันและเขาก็ออก ไม่กี่หลาลงไปที่ถนนจักรยานของเขาตีขอบ ไทเลอร์ล้มลงไปบนทางเท้าและขูดหัวเข่าของเขา

“พ่อฉันทำร้ายตัวเอง” เขาร้อง

“Naw คุณก็สลัดคราบเก่า” ฉันกล่าวว่าการใช้ผ้าพันแผลเพื่อแผล “Keep it up คุณกำลังทำดี. ”

และดังนั้นจึงยังคง มีปัญหาอีกไม่กี่บ่ายวันนั้นและอีกหลาย-Band เอดส์มี แต่ไทเลอร์แขวนอยู่ในที่มี เมื่อถึงจุดหนึ่งแม่ของเขาก้าวออกไปข้างนอกและตะโกน “คุณไม่คิดว่าเขามีเพียงพอสำหรับหนึ่งวัน?”

“เราไม่สามารถให้ขึ้นตอนนี้” ฉันตะโกนกลับ “เขาเกือบจะได้มัน.”

ลองไปเก็บไว้ไทเลอร์สมดุลของเขาสำหรับสองหรือสองอีกต่อไป แล้วเขาเป็นในทางของเขา, โยกเยกไปตามถนนสองล้อ ฉันยังคงสามารถเรียกว่าหน่วยความจำเก่าราวกับว่ามันคือเมื่อวาน มันเป็นช่วงเวลา Hallmark พ่อของทุก