อาหารที่สะอาดสำหรับเด็ก

 

รู้จักประเภทของน้องน้ำแข็ง
ใน กระบวนการผลิตน้ำแข็งสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภท คือ น้ำแข็งซอง และน้ำแข็งหลอด น้ำแข็งซอง คือ น้ำแข็งก้อนใหญ่ (ลองนึกถึงน้ำแข็งแกะสลักตามงานแต่งงาน แบบนั้นเลย) โดยผู้ผลิตจะนำน้ำแข็งประเภทนี้มาบดให้เป็นชิ้นเล็กๆ อย่างที่เราเรียกกันคุ้นหูในหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น น้ำแข็งทุบ น้ำแข็งบด หรือน้ำแข็งฝอย เป็นต้น  ส่วนน้ำแข็งหลอดหรือที่ได้ยินบ่อยๆ ว่าน้ำแข็งยูนิต ก็จะเป็นน้ำแข็งที่ผลิตออกมาเป็นหลอดสำเร็จรูป โดยส่วนใหญ่จะบรรจุใส่ในถุงพร้อมจำหน่าย

 

ช่องทางปนเปื้อนของน้ำแข็งดูให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
1. สภาพแวดล้อมของร้านค้าต้องสะอาดทั้งภายนอกและภายใน
2. ผู้ขายควรมีสุขลักษณะที่ดี มีความสะอาดทั้งเครื่องแต่งกาย และเล็บมือ รวมทั้งมีการสวมใส่ผ้ากันเปื้อน หมวกเก็บผม หรือถุงมือ เป็นต้น หากมีการตักหรือหยิบจับน้ำแข็งควรมีที่ตักหรือใส่ถุงมือ ไม่ควรใช้มือเปล่าสัมผัสน้ำแข็งโดยตรง
3. ภาชนะที่ใช้ใส่ของกินหรือเครื่องดื่มควรมีฝาครอบปิดมิดชิด
4. ภาชนะที่ใช้เก็บน้ำแข็งต้องสะอาด ไม่มีการปนเปื้อน น้ำแข็งที่นำมาใช้กินต้องไม่มีของหรืออาหารอื่นๆ มาวางแช่ไว้
5. กรณีซื้อน้ำแข็งก้อนใหญ่ต้องนำมาล้างน้ำให้สะอาดก่อนนำไปใช้และควรเก็บใน ภาชนะที่สะอาด แต่หากซื้อน้ำแข็งหลอดควรเลือกซื้อที่บรรจุอยู่ในถุงสะอาด ปิดมิดชิด มีรายละเอียดบนฉลากจำพวกเครื่องหมาย อย. ชื่อผลิตภัณฑ์ วันเดือนปีที่ผลิต สถานที่ผลิต อย่างครบถ้วน
 หนทางการพบเจอกันระหว่างสารปนเปื้อนกับน้ำแข็งมีอยู่ 2 ช่องทางหลักๆ ดังนี้
1.  ขั้นตอนการผลิต อาจเกิดการปนเปื้อนสารเคมีจำพวกน้ำมันเครื่อง หรือจาระบีจากเครื่องจักร หรืออาจได้รับเชื้อแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์จากอุปกรณ์ในการผลิตที่ไม่ได้รับการดูแลทำความสะอาด อีกทั้งถุงพลาสติกที่นำมาใช้ในการบรรจุที่อาจมีสิ่งสกปรกเจือปน รวมไปถึงสุขลักษณะของพนักงานที่ทำงานในขั้นตอนการผลิตที่ต้องมีการสัมผัสกับ น้ำแข็งโดยตรง เช่น ระหว่างการบรรจุหรือการขนย้าย

 

2. ขั้นตอนการขนส่ง ในขั้นตอนนี้คงจะมีหลายคนที่เห็นจนชินตากับการไถน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆ ไปกับพื้นบ้าง เห็นผ้าใบสีหม่นๆ ที่ถูกนำมาคลุมทับน้ำแข็งบ้าง คนงานส่งน้ำแข็งที่ตัวชื้นๆ จากน้ำแข็งและเหงื่อผสมกันทั้งยืนหรือนั่งทับน้ำแข็งระหว่างอยู่บนรถ บ้างก็ยก จับ และตักน้ำแข็งเพื่อส่งจนถึงมือเราหรือตามร้านค้าต่างๆ โดยที่เราไม่รู้เลยว่า ก่อนที่เขาจะหยิบจับน้ำแข็งให้เรานั้น มือของเขาสัมผัสกับอะไรมาแล้วบ้าง แล้วแบบนี้จะไม่ให้น้ำแข็งได้รับสิ่งสกปรกเข้าไปแบบเต็มๆ ได้อย่างไร


 

 อ่านมาถึงตรงนี้หลายคนคงทำหน้าเบ้ กับสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนต่างๆ ที่มีอยู่มากมายในน้ำแข็ง ครั้นจะห้ามใจตัวเองไม่ให้กินเลยก็พอจะเป็นไปได้ แต่เจ้าตัวเล็กจอมซนนี่สิจะห้ามซื้อ ห้ามกินขนมน้ำดื่มจำพวกน้ำหวาน น้ำปั่น น้ำแข็งไส เด็ดขาดเลย สงสัยงานนี้คงต้องต่อรองกันอีกยาว เพื่อเป็นหนทางในการแก้ปัญหา เรามีวิธีเลือกซื้อน้ำแข็ง รวมถึงของกินและเครื่องดื่มที่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบมาฝากเด็กๆ และคุณพ่อคุณแม่กันด้วยล่ะ


 จากการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) พบว่าน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอดมักมีการปนเปื้อนจากเชื้อโคลีฟอร์ม อี โคไล ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อนมาจากสิ่งปฏิกูล และหากเชื้อโรคเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายของเราจนเติบโตแข็งแรงขึ้นจะสร้างสาร พิษที่อันตรายแก่ร่างกาย ส่งผลให้มีอาการท้องเสียหรือมีอาการของโรคระบบทางเดินอาหารได้

 น้ำแข็งที่สะอาด คือน้ำแข็งที่ละลายแล้วไม่มีตะกอน หรือสิ่งสกปรกเจือปนอยู่ และถ้าอยากมั่นใจจริงๆ ก็ทำน้ำแข็งให้ลูกหม่ำเองที่บ้านสะอาดที่สุดค่ะ

เข้าใจลูกวัยรุ่น

วัยรุ่นตามปกติจะมีลักษณะที่สำคัญๆดังนี้ครับ
1. ต้องการความเป็นอิสระวัย รุ่นชอบที่จะมีความเป็นส่วนตัว ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาแยกตัว แต่เป็นความรู้สึกอยากมีความเป็นส่วนตัว อยากมีห้องของตนเอง ที่จะทำอะไรได้ตามอิสระ ไม่ชอบการตรวจเช็ก ไม่ชอบการตรวจค้น ตรงจุดนี้พ่อแม่คงต้องให้วัยรุ่นมีความเป็นอิสระตามสมควร แต่ไม่ใช่ปล่อยอย่างอิสระจนไม่มีขอบเขต เพราะถึงแม้ว่าจะโตเป็นวัยรุ่นแล้วก็ตาม วัยรุ่นก็ยังต้องการคำแนะนำในสิ่งที่ควรหรือไม่ควรเพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐาน ของชีวิต แต่การแนะนำนั้นต้องแนะนำกันด้วยเหตุผลและอยู่บนพื้นฐานของสัมพันธภาพอันดี ต่อกันระหว่างพ่อแม่และวัยรุ่น

2. มีลักษณะต่อต้านผู้ใหญ่การต่อต้านผู้ใหญ่กับความต้องการความเป็นอิสระนั้นดู จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นสอด คล้องกัน คือเมื่อต้องการความเป็นอิสระก็จะรู้สึกต่อต้านการควบคุม ต่อต้านผู้ใหญ่ วัยรุ่นมักจะไม่ฟังคำแนะนำ สิ่งที่เราพูดให้ฟัง วัยรุ่นจะคิดว่าไปสั่งสอนเขา สิ่งที่พ่อแม่จุกจิกบ่นกับวัยรุ่น วัยรุ่นก็จะบอกว่าถูกพ่อแม่ด่าอีกแล้ว การต่อต้านผู้ใหญ่นี้เอง ทำให้ผู้ใหญ่หงุดหงิด และเกิดความรู้สึกเข้าใจผิดบ่อยๆ ว่าเดี๋ยวนี้ลูกไม่เคารพพ่อแม่แล้ว เดี๋ยวนี้ปีกกล้าขาแข็งแล้ว หรือเป็นเด็กที่ไม่สำนึกบุญคุณที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกเสียแล้ว ในที่สุดพ่อแม่อาจจะคิดน้อยใจและมีเจตคติไม่ดีต่อวัยรุ่น เช่น ไม่อยากมองหน้า ไม่อยากพูดคุยด้วย เป็นต้น

ลักษณะต่อต้านผู้ใหญ่ของ วัยรุ่นนี้แก้ไขได้ไม่ยากเลยนะครับ แก้ง่ายๆ คือเราต้องลดความเป็นผู้หลักผู้ใหญ่เสียบ้าง ลดบทบาทความเป็นพ่อเป็นแม่ลงบ้าง แล้วเพิ่มบทบาทของความเป็นเพื่อนกับลูกให้มากขึ้น เราเคยรู้สึกง่ายๆ กับเพื่อนอย่างไร ก็ลองง่ายๆ กับวัยรุ่นดูบ้าง เราเคยพูดเรื่องตลกๆ เราเคยพูดเรื่องที่ไม่ค่อยจะเป็นสาระกับเพื่อนอย่างไรก็พูดกับวัยรุ่นดูบ้าง ลองดูนะครับวัยรุ่นจะพูดคุยกับท่านได้ดีขึ้น และต่อต้านท่านน้อยลงไปอย่างเห็นได้ชัดทีเดียว

3. ไวต่อความรู้สึกมาก อ่อนไหวต่อความรู้สึกมากต่อการถูกตำหนิเล็กๆ น้อยๆ ในเรื่องที่ผู้ใหญ่ไม่เห็นด้วย วัยรุ่นจะมีความรู้สึกมากและมักจะย้อนถามอยู่ในใจของวัยรุ่นเสมอว่า แค่นี้ทำไมถึงให้ไม่ได้ เรื่องเล็กนิดเดียวไม่เห็นสลักสำคัญอะไร ไม่เห็นจะเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตสักหน่อย ทำไมถึงได้คอยตำหนิติเตียนกันอยู่ร่ำไป

วัยรุ่นมักจะคิดอย่างนี้จริงๆ ครับ ยิ่งถ้าเป็นการลงโทษที่รุนแรง จะเป็นด้วยวาจา อารมณ์ หรือถึงขั้นลงโทษเฆี่ยนตี วัยรุ่นจะรู้สึกว่าทนไม่ได้ รู้สึกว่ารุนแรงมาก จนบางทีเขาอาจแสดงพฤติกรรมต่อต้านที่น่าเกลียด ไม่เหมาะสมและไม่น่าดู แต่อย่างไรก็ตาม แม้วัยรุ่นจะรู้สึกไม่ดีกับผู้ใหญ่ แสดงพฤติกรรมที่ไม่หมาะสมกับผู้ใหญ่อย่างมากมายหรือรุนแรงก็ตาม ผมได้เคยนั่งคุยกับวัยรุ่นเหล่านี้ เด็กๆ วัยรุ่นบอกว่าการที่เขาแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดีนั้น จริงๆ แล้วเขาเสียใจมาก รู้สึกผิด รู้ว่าไม่ดี แต่เขาก็ยังไม่อยากจะยอมพ่อแม่ในตอนนั้น แปลความหมายของความรู้สึกนี้ได้ว่า เป็นเพราะยังคงมีความรู้สึกต่อต้านผู้ใหญ่อยู่ซึ่งเป็นภาวะปกติของวัยรุ่น จุดนี้เป็นจุดที่ผู้ใหญ่ต้องระวังเป็นพิเศษสักหน่อยในการแสดงอารมณ์กับวัย รุ่น การใช้อารมณ์จะก่อให้เกิดผลเสียมากทีเดียว ดังนั้น ใช้เหตุผลดีกว่าครับ

4.เกี่ยวกับธรรมชาติของความรู้สึกอ่อนไหว ไวต่อความรู้สึกนั้น เราสามารถพบลักษณะอีกอย่างหนึ่งคือ ความรู้สึกสองจิตสองใจ ตัดสินใจอะไรไม่ค่อยได้ ตัดสินใจอะไรไม่ค่อยแน่ คิดแล้ว ตัดสินใจแล้วประเดี๋ยวเดียวก็เปลี่ยนอีกแล้ว ลักษณะนี้ผู้ใหญ่คงต้องเข้าใจ ต้องทำใจ และอดทนต่ออารมณ์ของตนเองนะครับ ในที่สุดเมื่อเขาโตขึ้นความรู้สึกสองจิตสองใจนี้จะค่อยๆ หายไป

5. มีความรู้สึกว่าเพื่อนมีความสำคัญกับเขามาก ลักษณะนี้เป็นพัฒนาการตามปกติที่วัยรุ่นทุกคนจะต้องพัฒนามาถึงจุดที่เขามี ความรู้สึกว่าเพื่อนมีอิทธิพลกับเขามาก จนดูเหมือนว่าจะมีความสำคัญมากกว่าพ่อแม่เสียอีก อะไรๆ ก็จะบอกว่าเพื่อนเขาทำกันอย่างนั้น เพื่อนเขาคิดกันอย่างนี้

ตรงนี้ จริงๆ แล้วพ่อแม่ก็ยังคงเป็นดวงใจของวัยรุ่นอยู่ วัยรุ่นยังเคารพผู้ใหญ่อยู่ในจิตสำนึกของเขาเสมอ แต่ด้วยพัฒนาการทางสังคมของวัยรุ่นมีความก้าวหน้าอย่างมากมายนี้เอง ทำให้เขาหันเหความสนใจจากพ่อแม่ไปสู่เพื่อน ใช้เวลากับเพื่อนได้อย่างมีความสุขจนลืมเวลา พยายามทำตัวให้เข้ากับกลุ่มทั้งกิริยามารยาทและการแต่งกาย ณ จุดหักเหนี้ถ้าวัยรุ่นคบกับกลุ่มเพื่อนที่ดี เขาก็จะมีแนวคิดที่ดีและถูกต้อง แต่ถ้าเขาเข้ากับกลุ่มเพื่อนที่เป็นปัญหาเขาก็จะมีแนวโน้มไปตามกลุ่มที่มี ปัญหานั้นๆ

ผู้ใหญ่ไม่ควรกีดกันการเข้ากลุ่มของวัยรุ่น แต่ควรให้ความใกล้ชิดสนิทด้วย เพื่อจะได้ทราบว่ากลุ่มเป็นอย่างไร การให้ข้อคิด ให้เหตุผล การชักนำที่อยู่บนพื้นฐานของสัมพันธภาพที่ดีนั้น เราสามารถเหนี่ยวนำ โน้มนำให้วัยรุ่นคบกับกลุ่มเพื่อนที่ดีได้ ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่วัยรุ่นมีแนวโน้มเข้าหากลุ่ม คือ เป็นการเก็บแบบฉบับหรือเอกลักษณ์ต่างๆ ทั้งจากกลุ่ม จากผู้ที่เขาชื่นชอบ จากบุคคลสำคัญในสังคม ประมวลเข้ามาเป็นเอกลักษณ์และบุคลิกภาพของตนเอง การที่วัยรุ่นจะเก็บเอกลักษณ์ต่างๆ จากพ่อและแม่เท่านั้นคงไม่พอกับพัฒนาการทางบุคลิกภาพของเขา

 

ผมได้ประมวลและรวบรวมลักษณะทางจิตวิทยาของวัยรุ่นปกติที่ผู้ใหญ่คิดว่าผิด ปกติ หรือคิดว่าเป็นปัญหาเพื่อให้ท่านผู้อ่านที่มีลูกวัยรุ่นได้วิเคราะห์ พินิจพิจารณาเพื่อจะได้เข้าใจธรรมชาติของวัยรุ่นว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร จะได้เข้าใจและสามารถตอบสนองหรือมีปฏิกิริยากับวัยรุ่นได้ราบรื่นขึ้น (แต่ถ้าลูกยังไม่ถึงวัยรุ่นก็ถือว่าอ่านเก็บข้อมูลเตรียมไว้ใช้กันนะครับ)

 

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ จากลักษณะสำคัญของวัยรุ่นที่ผมเขียนมาข้างต้นนั้นถ้าเข้าใจวัยรุ่น และเราดูแลวัยรุ่นด้วยเหตุผล อดทน และพยายามดำรงสัมพันธภาพที่ดีไว้ ในที่สุดทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี เมื่อเขาเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นตอนปลาย เราจะพบว่าวัยรุ่นของเราเปลี่ยนแปลงดีขึ้นมาก เป็นบุคคลที่น่ารักมากขึ้นทีเดียว

ในระหว่างที่เราดูแลวัยรุ่นอยู่นั้น ผมขอเสนอข้อคิดบางอย่างที่เป็นปัจจัยเกื้อหนุนให้การดูแลวัยรุ่น สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ปัจจัยที่ว่านี้คือ

บ้านต้องมีความสุข บ้านที่มีความสุขเปรียบเหมือนขุมพลังให้กับวัยรุ่นทั้งพลังผลักดันและพลัง สำรอง ที่ทำให้วัยรุ่นสามารถเผชิญและปรับตัวกับสภาพสังคมปัจจุบันได้ สามารถเป็นกำลังใจให้เดินไปในทิศทางที่ดี สามารถปลอบประโลมใจเมื่อทุกข์ร้อนหรือผิดหวัง และเป็นแหล่งของความสุขเป็นแหล่งของที่พักพิงทางใจ โดยไม่ต้องไปหาที่พักพิงทางใจที่อื่นซึ่งอาจเป็นอันตรายได้
พ่อ แม่ต้องพยายามปรับให้เข้ากับวัยรุ่น อย่าคิดว่าวัยรุ่นควรจะปรับเข้าหาพ่อแม่เท่านั้น กับวัยรุ่นการใช้วิธีปรับกันคนละครึ่งทางจะได้ประโยชน์และได้ผลมาก พ่อแม่คงต้องปรับเปลี่ยนเป็นวัยรุ่นกับลูกด้วยลูกก็จะเข้ากับพ่อแม่ได้ดี ยิ่งขึ้น
งดการลงโทษที่รุนแรง หันมาใช้เหตุผลจะทำให้วัยรุ่นเข้าใจเราได้มากขึ้น คล้อยตามและปฎิบัติตามเราได้มากขึ้น และเราเองก็ต้องรับฟังเหตุผลของวัยรุ่นด้วยเช่นกัน เหตุผลในสมัยเมื่อพ่อแม่เป็นวัยรุ่นหลายๆ เหตุผล อาจไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเหมาะสมในปัจจุบัน เราคงต้องยอมรับแนวคิดของวัยรุ่นในปัจจุบันบ้างเพราะวัฒนธรรมและสังคมได้ เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ให้วัยรุ่นได้มีประสบการณ์หลายๆ แง่หลายๆ มุมแม้ว่าจะเป็นประสบการณ์ในด้านลบก็สามารถให้รู้เห็นได้ สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยความคิดและปัญญาว่าอะไรควรไม่ควรเพราะอะไร การปิดบังประสบการณ์บางอย่างอาจผลักดันให้เด็กคิดและอยากรู้อยากเห็นแล้ว เดินทางเข้าไปสู่ประสบการณ์อันไม่ดีนั้นอย่างปราศจากหางเสือ ปราศจากการยับยั้งและปราศจากปัญญาที่จะคิด

The ESP Couple

You (women): This is a question astronomers would say that because I come from a different star. Men are from Mars, women are from Venus. Then I found love in the world. Many things are different. If the scientists are saying that women and men. Different level of small units called cells makes it quite different to the whole body, mind, thoughts, feelings, etc., as required.

He (man) is the most emotional. Focus on feeling good. Need a close and interest. Focus on family relationships. To focus on finer and sometimes it is a conflict. On the contrary, it would.

Talk to the understanding of the frustrations. And need someone to talk to for comfort and stress relief.
Read his mind.
So often you quarrel with nonsense. I do not understand the basics of each other. Okay, today we will be together. Starting your first try. Eaaฤkษs finish out this Father’s Day, then you might ask why I’m first. Why not before. I suggest you start first. Because you’re reading this. And I believe that once you begin to understand him, he approached him to adapt with it. (By the very manner in which we choose a pair that is given to him to return).

He tried to see as much value. Do not wait for the girls. Others see. But we can not see. I’ll probably go for the one that he values his behalf. I express concern. Pay attention to him. I have several children. To do and so little time left to spend more time with her children and husband. It is recommended that (By the Minister Thaksin indeed is) the practice with her husband and a son. Trying to appease him. But not even the husband was not so sure. Himself as a husband or a son to me. But do not be caring like I looks like a mother. Because I will be out of the gossip that I did this, it would be a wife or mother, anyway!

Another important aspect to remember, to honor her husband. This is a very important man. We may have to have him home. But that was in front of his family or his associates. I will make him lose face. (Male pug and we would not do … I know you want me here).

Sex is necessary …
Another very important thing is. If he wanted to have sex with you, do not deny it. I was discouraged. This is important because a lot of men. I denied it. To give him confidence. (Depressed mood bully withered away to nothing) is to focus on the male sex over the female. For men who love sex with then separate it out. Considered part of the male one.

So often when you guys talk. One subject that is often boast about sex (which really does boast some he called them spit at each other), the two sides will focus on sex. Not equal to. Excitable than men have completed the task faster and faster. (Typically takes 4-5 minutes), while the slower and longer than the female. The imbalance. Although the men in this event will start. But sometimes you may begin earlier. This will make him proud. (The man) asked, but do not say anything about the work or calling me. (I do it).

There are many careers that you guys wanted me to be his wife. (While in bed) is a wrestler, gymnast or a chiropractor. Help cover the dough with water and massage (but not recommended by my husband to do the work of the house) or a fine taste. I use the tongue to taste things. Taking the Baroque. This is not to me. (But for the newly married. This should be the first settler. I do understand that you have your husband to come to church surfing strategic depth) and on the other hand I do not have a career, I would say it to me.

One. Teacher (doing so far. Doing it this far).

Two. Nurse (not capacitance. Before going to the bathroom. I brush my teeth or not! I think this is better than sleeping Hanhlagใhgkan).

Three. Nuns or orator. (Talk show to do it).

4. A Business (must book in advance before it).

But if you have such a career (really) but I forgot to do it. I will give you a clear head and a good husband, I have a happy family! Write it finished. I did try to take it to his wife. I do not like ugh ugh.

Worry about your mother

During the first year of the child. Body weight is not that much as before. But do not panic. It is normal. That is because he has so many things to do. With a lot of energy. Weight is less common. Different ages infant to eat and sleep for the most part. And another of feeding behavior is unpredictable. I know a lot more. I know you reject the food, fiber recruitment is not good at it. If symptoms do not like it.
One thing … rampant.
If children begin to writhe on the floor rampant. When offend. Even if your parents upset. And upset the children. Children are even more rampant than before. Because at this age they are not taught how to control their emotions so to speak or interact with a calm attitude. It helps children learn how to control their emotions better.
Start of
Each child would be any different here. What is a doll baby blanket pillow for her to use instead of having the mother around the time that he may have grown up a lot. But it’s still not the age of the mother (separation anxiety), but perhaps not as much as before. And like that. A fear of strangers (stranger anxiety), it will still have some. Especially to exotic places. Meet people who are not familiar.
Island refuses to walk.

Then it’s time to celebrate the first birthday of the baby. The children in this age group. He can do a lot more. I was with my parents then. Still excited about it. And the pretty little children, we are not right, but at the same time it has many things in his first year at the same worry.
Why … I do not do weights.
Normal children have to walk about 1 year old, but it is faster or slower than it was in this age that the mother and the children have to walk up and he will gradually push the edge of a table or a different island. Then step up to walk around. And only a few months. He was able to walk freely on their own. If you have no such notions. Would have to seek the advice of your doctor anyway. To find the reason for the refusal.
I do not understand the language.
In general, children have a say in the development of a similar age. It’s the same in every country, every language here. The only difference is the details as soon as I could do. Number of words in speech. Or clarity of speech and so on.
Baby at this age. He started calling my mother called me. A meaningful manner. Indicates the need. Show an understanding nod. And follow simple commands, but if you do not have to consult your doctor as you.

Great dad

 

“In the way that he should go” is to do the training according to the unique personality, gifts, and aspirations of the child. The idea here is to, equip, resource, and be a catalyst for your child’s gifts, skills, and natural abilities. We must study our kids and know just what their strengths and weaknesses are.

The converse is to help the child avoid whatever natural tendencies she might have that would prevent total commitment to God. For example: a weak will, a lack of discipline, a susceptibility to depression, etc… Knowing where our kids are prone to weakness will help us to help them avoid the pitfalls of poor decision-making, lack of character, immaturity and more. This is as important as knowing their strengths and gifts and facilitating those.

The promise is that proper development with great parenting ensures the child will stay committed to God and love people… the two basics of the 10 Commandments. May we stay focused, diligent and intentional in this key role!
Tools of Effective Legacy: Grace. How Do We Use Our Authority?

When I talk about fathering, I think of how God the Father deals with me. And then I realize His kindness, patience, and love and see how short I fall as I deal with others.

This is a great concept, promise, principle, and protocol for fathers. “Training up” has the idea of a parent graciously investing in a child whatever wisdom, love, nurturing, and discipline is needed for him to become fully committed to God. It presupposes parental emotional and spiritual maturity.

God doesn’t always use a stick to beat us when we make mistakes, so why are we as fathers so quick to apply the stick of punishment to those around us, especially our kids? It’s okay to be angry, and it’s okay to not like injustice, disobedience, immaturity, and some of the zany things kids do in their selfishness.

But what gives you and me the right when we are tired and frustrated to dole out law in the spirit of anger? Our Lord never modeled that type of authoritarianism. He did everything in love, including correction, chastisement, teaching, and encouragement.

You and I as men need to re-learn authority. We need to not get caught up in the disciplinarian model and playing the heavy, which is so common in our society. We need to learn the authority of Jesus, based in love, patience, kindness, gentleness, goodness, and self-control.

We need to re-learn the father heart of God, and how that applies to our leadership and authority over those for whom we have responsibility. We must be intentional and incremental in learning this model, as it will transform our parenting, and indeed, our lives. So, the next time you’re faced with someone’s shortcomings, or your own, for that matter, what’s going to be different?

We get caught up in stress and with our authority; we often default to become the great disciplinarians. We get hard, mean, and even cruel—often with those we love the most.

This is wrong, and an incorrect application of authority. We do need to have courageous conversations, and even dole out consequences as needed, but if our default is dictatorial we’ve missed the mark in the Jesus example.

The authority that Jesus wielded can be learned, applied and given freely, but we need to be intentional…. How will you discipline, correct, and encourage someone who is under your authority the next time? Will you default to a baser form of handling authority, or will you be intentional and model the kindness and encouragement of Jesus Christ? Next time, what will be different?

Will it be grace or law? Which have you been given more of?

Grace versus law- means that we translate His heart to those around us in how we use our words, authority and actions. How can we successfully use godly authority in a way that shows His heart and love and kindness?
How do you personally dole out correction and discipline? Do the following mark your approach?
• Anger
• Frustration
• Stress
• Burnout
• Tiredness
• Cussing and swearing
• Yelling and raising your voice
• Withholding your favor in some way
• Silent treatment
• Launching out in anger
• Physical violence
• Verbal violence
How do these mirror the Father Heart of God (see Appendix B.), and how he’s treated you? Does God do any of the above as He has occasion to correct and admonish you? In your walk with God, has He ever treated you with anything but kindness, love in the heart of a father? The answer is God corrects and chastens us in great love and patience and kindness. His encouraging and teaching Spirit reminds me that the kindness of God leads me to repentance… every time.